เรื่องมีอยู่ว่า....
 
เพื่อน : จะไปเกาหลี จะฝากซื้ออะไรมั้ย?
บี : ไม่เอาอ่ะ ไม่รู้จะเอาอะไร 

ผ่านไปราว 1 อาทิตย์
บี : นี่ตัวเอง.. ที่บอกว่าจะไปเกาหลีน่ะ ฝากซื้อยาทาเล็บหน่อยนะ..
 
ปกติไม่ใช้สกินแคร์ กับเมคอัพ ของสกินฟู้ด และอีทูดี้ 
แต่ยาทาเล็บนี่ ปลื้มจริง ๆ ทาง่ายเหมาะกับคนที่ทาเล็บไม่เป็นอย่างบี
แถมมีีสีให้เลือกเยอะ ราคาประหยัด งานนี้ เลือกไปเลือกมากทางเว็บ
สรุปแล้วได้ยาทาเล็บมาดังนี้
 
 
 
ต๊ายย... เลือกมาได้ตั้ง 12 ขวด + ปากกาเพ้นท์เล็บอีก 1 สี
 
ปากกาเพ้นท์เล็บมี 4 สี คือ ขาว ดำ ชมพู แดง
ตอนแรกเปรี้ยว เลือกไม่ได้ว่าจะเอาสีไรดี เลยจะเหมาทั้ง 4 สี
โดนน้องเบรคไว้ บอกว่าใช้ยาก ไม่ต้องซื้อ
แต่ก็แอบซื้อมาสีขาวสีนึง เอามาทดลองใช้ก่อนเนอะ ^^
 
 
 
กลุ่มนี้เป็นสีปลื้ม มีอยู่แล้ว ใช้บ่อย ชอบ เลยซื้อมาไว้อีก
ซ้าย PK211 ชมพูนมเย็น
กลาง PK21 ชมพูหวาน ๆ น่ารัก ๆ
และขวา PK205 สีออกส้มพีช
 
 
 
กลุ่มนี้ยังเป็นสกินฟู้ดอยู่ หมวดสีด้าน 3 สี ดำ เขียว ชมพูสุภาพ
และสีขาววิ้งประกาย แถมด้วยสีแดงอมส้ม
 
 
 
ย้ายค่ายมาดูของอีทูดี้ 3 สี ฟ้า เหลือง ชมพู รุ่น VIP Girl Nail
สีชมพูมีแต่คนชมว่าสวย มาขอหรอยของเรา
ไปดูเคาน์เตอร์ในไทย รุ่นนี้เป็นรุ่นเก่า ไม่มีขายแล้วด้วยสิ -_-'
 
ทาง่ายดีเหมือนกัน แต่ต้องทาซ้ำ 2 รอบสีถึงจะชัดสวย
 
อีกสีเป็นสีเทาด้าน เคยเห็นคนรีวิวไว้สวยเก๋ดี เลยเอามาลอง
ขวาสุดเป็นปากกาเพ้นท์เล็บ
 
 
มาดูของแถมบ้างดีกว่า เค้าลือกันว่าที่เกาหลีแถมเยอะกว่าซื้อ
 
 
โอ้แม่เจ้า! นี่เฉพาะค่ายสกินฟู้ด จะแถมอะไรกันมากมายเยี่ยงนี้
ซื้อแค่ยาทาเล็บไม่กี่ขวดเนี่ยนะ
 
 
 
ของแถมฝั่งอีทูดี้ ก็มากมายไม่น้อยหน้ากัน
 
ได้ยาทาเล็บมาใหม่ 12 ขวด เห้อ..เห่อ..
ซื้อมาได้นะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ไว้เล็บ และทาเล็บไม่เป็น
แต่มันสะใจม๊ากกกค่ะ ^^
 
 
 
เลือกไม่ได้ว่าทาสีไรก่อนดี นั่งคิดอยู่นาน
เลยจับแมชต์ 4 สีเลย ได้อยู่นา.. ^^
 
อิหมวยนี่มันซื้อได้ทุกอย่างเลยเนอะ
มิน่าล่ะ..ถึงได้จน เง้ออ... T-T
 
 
 
 

แฮนด์ครีมเทพ

posted on 07 Jun 2011 21:08 by bxjapan  in MyBeauty
เวลาแต่งหน้าทำผมแต่งตัวครบเครื่องแบบ.. เป๊ะค่ะเป๊ะ!!

รู้สึกพร้อมซะยังกับเตรียมตัวออกรบ แถมมั่นใจประหนึ่งว่า
ในสมรภูมิรบครั้งนี้จะมีผู้ชายล้มตายแทบเท้าเพียงแค่เราสะบัดหางตา 
(หางตาที่ติดขนตาปลอมแผงใหญ่อย่างหลอกตัวเองว่าเป็นธรรมชาติมาก)
 
 
การเตรียมตัวก่อนออกรบ เอ๊ยย... ก่อนออกจากบ้านแต่ละครั้ง
แต่งหน้าทำผมก็เรื่องหนึ่ง แต่งตัวก็เรื่องหนึ่ง แต่จะสวยไม่เสร็จ
ถ้าขาดผิวสวยนวลนุ่มน่าสัมผัส นี่ยิ่งกว่าอาวุธเด็ดเชียวนะ!!
 
 
บังเอิญว่า.. ไปเดินเล่นกับพี่ตั๊กเพื่อหาซื้อของขวัญวันเกิดให้เจ้านาย
พี่ตั๊กลากเข้าร้าน Crabtree & Evelyn ที่มาเปิดใหม่ ณ สยาม พารากอน
ช่วยกันเลือก ช่วยกันลอง ซื้อเสร็จแยกย้ายจะกลับบ้านขอเข้าห้องน้ำซะหน่อย
 
ระหว่างต่อคิวเข้าห้องน้ำไม่มีอะไรทำ ก็เลยลูบหลังมือที่ทาครีมเล่น
อุ้ยโหย๊ะ!! นุ่มมาก!! ผิวหลังมือบริเวณที่ทาครีมฟูนุ่มมากกกกกก...
ในขณะที่บริเวณที่ไม่ได้ทาครีมรู้สึกผิวแห้งแล้งน่ารังเกียจขึ้นมาทันที
ทั้ง ๆ ที่ปกติเราว่าตัวเองเป็นคนผิวดีระดับหนึ่งอยู่แล้วนะ
 
เข้าห้องน้ำเสร็จ จะรีบมาแจ้งข่าวกับพี่ตั๊กว่ามือนุ่มมาก
นุ่มจนเราไม่สามารถละมือจากมือตัวเองได้เลย ลูบไปเคลิ้มไป
 
ขนาดตัวเองยังละจากผิวเนียนนุ่มของตัวเองไม่ได้
แล้วเป้าหมายจะเหลือเร๊อะ!! 
 
 
ปรากฏว่าเดินออกจากห้องน้ำเห็นพี่ตั๊กยืนลูบมือตัวเองอย่างเคลิบเคลิ้มเหมือนกัน
เราคุัยกันอย่างตื่นเต้นกับประสิทธิภาพที่ไม่น่าเชื่อของแฮนด์ครีมตัวนี้
และหลงไหลได้ปลื้มไปกับมันเหมือนกัน จนอดคิดไม่ได้ว่า...
 
ตายล่ะหว่า.. เห็นทีจะเสียทรัพย์กันล่ะคราวนี้....
 
 
 
บีเลือกกลิ่นลาเวนเดอร์ ทาก่อนนอน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยเข้าจมูกสบายใจดีจัง
 
เคยใช้แฮนด์ครีมยี่ห้ออื่นยังไม่ให้ผลลัพธ์ขนาดนี้ ของเค้าเทพจริง ๆ 
 
ทุกวันนี้ขยันบำรุงมือด้วยแฮนด์ครีมตัวนี้ทุกเช้าและก่อนนอน
และมีความสุขกับการลูบมือตัวเอง ถ้าใครอยากรู้มันดียังไง
ขอเชิญไปทดลองที่ร้านก่อนได้ มีหลายกลิ่นให้เลือก
ไม่ใช่หน้าม้านะ แต่ปลื้มมันจริง ๆ
 
 
ตอนนี้มั่นใจว่า ชายใดอย่าได้เผลอจับมือบีเชียว มิฉะนั้นจะหาว่าไม่เตือน 
 
 
 
 

 

ความสุขราคา 30 บาท

posted on 02 Jun 2011 19:02 by bxjapan  in MyLife
เช้าวันนี้เจ้านายเรียกเราไปคุยเรื่องลูกค้าไม่พอใจผลงานของเรา
อย่างไม่ยุติธรรม ทำให้วันนี้ของเราเป็นวันหม่นหมอง
ด้วยหลายอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจ และไม่เข้าใจ
 
จนเมื่อพักกลางวัน เดินกลับจากร้านเซเว่นพร้อมน้ำและขนมแก้เซ็งยามบ่าย
สวนกับผู้ชายคนนึงที่ร้องว่า "ขนมมั้ยครับ?"
เราหันไปมองในถาดขนมที่เขาขาย เป็นขนมกรุบกรอบ ปลาแผ่นห่อ ๆ มียี่ห้อ
ที่ปกติเราไม่กิน เราเลยไม่สน ส่ายหน้าไปว่าไม่เอา
 
เดินเลยไปได้ 2-3 ก้าว ฉุกคิดขึ้นได้ เฮ้ย! นี่มันไม่ธรรมดานะ
ผู้ชายคนนี้เป็นคนพิการนั่งรถเข็นวีลแชร์เอาขนมใส่ถาดพลาสติกวางไว้บนตัก
ลับหลังเราเห็นเค้าจับถาดพลาสติกไม่ให้ร่วงหล่นจากตัก
พลางหมุนล้อวีลแชร์ไปด้วย แล้วนี่มันบนถนนระหว่างซอยสุทธิสาร
ซอยเล็ก ๆ ที่เป็นซอยเชื่อมต่อถนนวิภาวดีกับรัชดาจึงมีรถใช้เป็นทางผ่านเยอะ
 
เค้ามาขายของบนถนนที่คิดว่าคงขายได้ยาก และเสี่ยงอันตราย
เค้าคงตั้งใจอยากอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง ไม่อยากเป็นภาระของสังคม
แล้วถ้าเกิดวันนี้ขายไม่ได้ล่ะ..
 
ในระหว่างที่เค้าหยุดเข็นวีลแชร์เพื่อจะจับถาดขนมไม่ร่วงหล่น
เราจึงเดินกลับไปถามรายละเอียดขนมที่เราไม่รู้จัก และถามราคา
เค้าไม่ได้เป็นคนพิการที่ฉวยโอกาสจากความพิการมาขายสินค้าเกินราคา
สินค้าราคาเดียวกับหน้าซองเลย และเค้ากระตือรือร้นที่จะแนะนำ
สินค้ากับเราอย่างน่าประทับใจ
 
เราเลือกขนมที่ไม่เคยกินมา 2 ชิ้น ราคา 30 บาท จ่ายเงินไป 40 บาท
เค้าทอนเงินมา 10 บาทพร้อมคำพูดว่า "ขอบคุณครับ"
 
คำ ๆ นี้ ตรงกระแทกใจอย่างจังจนยืนอึ้งไปนิดนึง
คำพูดของเค้ามีน้ำเสียงเจือความดีใจ เต็มไปด้วยความจริงใจ
แถมเหยาะความอบอุ่นมาให้อีกหน่อย
 
คำว่า "ขอบคุณครับ" ที่เค้าพูดมา
สำหรับเราไม่ได้มีความหมายว่า "ขอบคุณครับ"
แต่เรารู้สึกเหมือนเค้าพูดปลอบใจในวันที่เรารู้สึกแย่ ๆ
เป็นสิ่งดี ๆ สิ่งเดียวที่เราได้รับในวันแย่ ๆ วันนี้
เราต่างหากที่รู้สึกขอบคุณ
 
เหตุการณ์นี้อาจเป็นเหตุการณ์ปกติที่ไม่มีความหมายอะไร
ถ้ามันไม่เกิดขึ้นในวันแย่ ๆ ในวันที่เรารู้สึกหม่นหมอง
ถ้าไม่เกิดขึ้นบนถนนที่เราไม่คาดคิดว่า
จะมีใครกล้ามาเข็นรถวีลแชร์ริมถนนแบบนี้
 
เราเลยนึกไม่ถึงว่าการช่วยซื้อขนมมูลค่าเพียง 30 บาท
จะทำให้เราได้รับความรู้สึกดี ๆ ที่ตีมูลค่าไม่ได้แบบนี้
 
มันเป็นความอิ่มใจ สุขใจที่ทำให้เรายิ้มได้ในวันหม่นหมอง
 
ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ