วันนี้ไปบริจาคเลือดมา ก่อนไปบริจาคเลือดมีภารกิจสำคัญ คือ ต้องกินข้าวให้ท้องอิ่มซะก่อน

พี่หมีมารับบีก่อนเวลา บียังแต่งตัวไม่เสร็จ เลยวานพี่หมีไปซื้อเส้นเล็กน้ำ

ที่ร้านขายข้าวหมูแดงบะหมี่เกี๊ยวเจ้าประจำแถวบ้าน มากินก่อนออกเดินทาง

ในใจอดคิดไม่ได้ว่าเดี๋ยวพี่หมีต้องสั่งข้าวหมูกรอบกินแน่เลย แล้วก็ไม่ผิดคาด

 

ก่อนบริจาคเลือด มีกฏ กติกา มารยาท ว่าต้องกินอาหารมาให้อิ่ม แต่ต้องเป็นอาหารไร้ไขมัน

วันนี้ขณะพยาบาลวัดความดันพี่หมี พบว่าความดันขึ้นสูง พยาบาลบอกว่าหัวใจเต้นแรง

และถามว่ากินอะไรมา เท่านั้นแหละ ถึงได้รู้ว่าหมูกรอบเจ้ากรรมออกฤทธิ์

ยังดีว่าพยาบาลยอมให้บริจาคเลือดได้ เกือบไปแล้วมั้ยล่า ถ้ามาเก้อล่ะ จะสมน้ำหน้าให้

ให้เจอกับตัวเองซะมั่งก็ดี พูดเตือนบ่อย ๆ ก็หาว่าเราขี้บ่น ชริ

 

ส่วนตัวบี ขณะวัดความดัน พยาบาลถามว่า ช่วงนี้กินยาอะไรมั่งหรือเปล่า

บีก็ว่าเปล่า แต่กินอาหารเสริม เป็นอะไรหรือเปล่าคะ

พยาบาล : ไม่เป็นอะไรหรอก อาหารเสริมน่ะ แต่กินอะไรล่ะ

บี : ก็พวก..อืม..คิวเท็น คอลลาเจน (จริง ๆ ยังมีอีกหลายตัว แต่ไม่ได้บอก หุ หุ)

พยาบาล : กินทำไม?

บี : ก็เห็นว่า 30 แล้ว น่าจะบำรุงร่างกาย และผิวพรรณบ้างค่ะ

พยาบาล : อย่างน้องไม่เห็นต้องกินเลย ไม่จำเป็น กินทำไม??

(บีผิวขาวน่ะ แลดูผิวพรรณดี ดูสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่ความเป็นจริงใครจะรู้ล่ะ)

บี : เอ่อออ.. (นั่นดิ กินทำไมวะ ชักรู้สึกกดดัน เหมือนทำอะไรผิด)

ก็เห็นโฆษณาน่ากินดี ก็เลยลองกินดู แหะ แหะ

พยาบาล : อ้อ! เป็นเหยื่อโฆษณาเหรอ

บี : เหอ เหอ เอ่อ..แล้วอย่างวิตามินบีรวม อะไรอย่างนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกินเหรอคะ

พยาบาล : ไม่จำเป็น วิตามินอยู่ที่ไหน

บี : เอ่อ.. ผัก..หรือเปล่าคะ

พยาบาล : ถูกต้อง วิตามินและแร่ธาตุอยู่ในผักผลไม้ อยู่ในอาหารที่เรากิน 

บี : แต่วัน ๆ เราทานอาหารแต่ละมื้อไม่น่าจะได้สารอาหารเพียงพอนะคะ

(เอาคำโฆษณาที่เคยได้ยินมาแย้งเลย)

พยาบาล : แล้วนี่เราขาดสารอาหารเหรอ

บีก้มมองตัวเอง แล้วก็เอ่อ.. เราก็ออกจะเต่งตึง อวบอั๋นขนาดนี้ พูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มเก๋ ๆ ส่งไป

พยาบาล : พวกที่อยู่เอธิโอเปียนู่น ขาดสารอาหารแน่ ๆ อย่างน้องไม่ขาดหรอก

ถ้าอยากจะให้ได้วิตามินครบถ้วน กินผักผลไม้สดให้เยอะ ๆ แล้วออกกำลังกายให้เหงื่อออก

ก็เพียงพอแล้ว ยกตัวอย่างนะ วิตามินเอ ร่างกายต้องการวันละ 500 มิลลิกรัม

แต่เรากินวิตามินเอ เข้าไป 1000 มิลลิกรัม ที่เกินมา 5 ร้อย ร่างกายก็ขับออกอยู่ดี

แล้วเราจะกินไปทำไมให้เปลือง

 

เออ จริง แต่ไหน ๆ ก็ไหน ถามอีกนิด "แล้วคอลลาเจนล่ะคะ ร่างกายมีคอลลาเจนอยู่แล้ว

แต่จะลดน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น อย่างนี้กินเสริมเข้าไปก็ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ" (เอาคำโฆษณามาอ้างอีกแล้ว)

พยาบาลส่ายหัวอย่างระอา : อย่างน้องไม่ต้องกินหรอก ไว้อายุสัก 60 ค่อยว่ากัน

รู้มั้ย เคยมีนายทหารที่รู้จัก กินอาหารเสริมเยอะ พออายุมากขึ้น อาหารเสริมที่กินเข้าไป

ไตกำจัดไม่หมด แล้วตกค้าง เค้าต้องมาฟอกไตเลยนะ จะเอาอย่างนั้นเหรอ??

 

เอ่อ..วัดความดันแป๊บเดียว แต่สนทนาเรื่องอาหารเสริมเสียนาน

มองกล่องอาหารเสริมที่พกมาด้วย แล้วรู้สึกเสียดายตังค์ตะหงิด ๆ

 

ความรู้จากพยาบาลในครั้งนี้ เข้าตามตำราสุขภาพดีของบีพอดีเลย

ช่วงนี้จะทำอะไร กินอะไรก็คิดถึงเรื่อง Healthy ไว้ก่อน

เป็นผลพวงมาจากการอ่านหนังสือ Happy Healthy ของคุณพลอย จริยะเวช

ที่ว่าให้กินผักผลไม้สดให้เยอะ และออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายสุขภาพดี

แข็งแรง ไร้โรคภัย ยิ่งน้ำอัดลมน่ะตัวดี ปกติบีไม่ค่อยดื่มน้ำอัดลมอยู่แล้ว แต่ช่วงหลัง

เหมือนอยากกินน้ำหวาน ที่บ้านมีแต่น้ำอัดลมเตรียมไว้ขายลูกค้า ใกล้มือเลยได้หยิบดื่มบ่อย ๆ

 

จนมาอ่านหนังสือเล่มนี้ คุณพลอย เค้าไปตรวจเลือดกับแฟนเค้า เห็นภาพเม็ดเลือด

ของคุณพลอยที่ไม่ได้ดื่มน้ำอัดลมเป็นก้อนกลม เรียงตัวสวย ดูสุขภาพดี

ในขณะที่แฟนคุณพลอยดื่มน้ำอัดลมเป็นชีวิตจิตใจ เม็ดเลือดไม่เป็นก้อนกลม

กลับแตกเป็นลิ่ม ๆ ดูน่ากลัว นี่ขนาดเรามองไม่เห็นเม็ดเลือดตัวเองด้วยตาเปล่า

แค่อ่านยังสยองเลย อย่างน้อย บีก็บริจาคเลือดเป็นประจำ เราก็งดดื่มน้ำอัดลมซะ

เม็ดเลือดเราจะได้สุขภาพดี สวยงาม ให้สบายใจว่าเลือดเรามีคุณภาพ

พร้อมจะไปเป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการจริง ๆ

 

พออายุ 30 เหมือนสะกิดตัวเองให้คิดว่าเราทำตามใจตัวเองมาตั้ง 30 ปี แล้วเป็นไง?

ร่างกายเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ไม่ฟิตปั๋งเหมือนตอนสาว ๆ

ถึงเวลาแล้วที่จะปฏิวัติตัวเอง ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย กินอาหารสุขภาพ

ละเว้นจากอาหารที่มีรสชาติอร่อยแต่ทำให้ร่างกายป่วยซะที

อายุเยอะแล้วควรจะได้ enjoy life ไม่ใช่มัวแต่ป่วยให้ดูแก่เกินวัย

 

การไปบริจาคเลือดเป็นประจำนี่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะเราได้ตรวจเลือดฟรีทุก 3 เดือน

แถมยังได้ความรู้ ความห่วงใยจากพยาบาลอย่างนี้อีก

 

ปิดท้ายที่ภาพของที่ระลึกจากการบริจาคเลือดในครั้งนี้ แท่น แท๊น แท้นนน.... "น้องหยดเลือด"

เอาไว้บีบตอนให้เลือด แต่บีว่าจะเอาไปเป็นที่ทับกระดาษที่โต๊ะทำงาน แล้วก็ไว้บีบเล่นแก้เซ็ง

 

หายหน้าหายตาไปนาน เกิดเรื่องค่ะพี่น้อง หลายคนอาจรู้เรื่องแล้วจากลิงค์กะทู้พันทิพ

ที่บีโพสต์กระจายไปตาม Facebook และ Twitter ขอเอามาลงที่บล็อกตัวเองอีกครั้ง

เผื่อใครยังไม่เคยรู้...

 

บีเป็นสมาชิกฟิตเนสแบบจ่ายรายเดือนมาปีกว่า ณ วันนึงที่เข้ารับบริการ

มีเซลเข้ามาเสนอแพ็กเกจฟิตเนสตลอดชีพ ให้จ่ายเงินก้อนราคา 14,990 บาท

และจ่ายอีกทีปีละ 100 บาท คำนวณดูแล้ว คุ้มแฮะ ก็เลยสมัครไว้

 

เอาเข้าจริง ได้ไปฟิตเนสบ้างไม่ได้ไปบ้าง ไปแต่ละทีก็คนเยอะ กว่าจะเล่นเสร็จ

กว่าจะอาบน้ำ ถึงบ้าน ก็ดึกเกิน แถมขี้เกียจอีกต่างหาก บีเลยหายไปร่วมปี

ระหว่างนี้แอบไปวิ่งที่สวนรถไฟบ้าง จนเพื่อนที่เป็นสมาชิกฟิตเนสเหมือนกัน

มาชวนไปเล่นพร้อมกัน เลยได้มีโอกาสไปใช้บริการแคลิฟอร์เนีย ว้าว 3 ครั้ง

 

ครั้งที่ 4 ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา เข้าไปคนเดียว พนักงานรับบัตรสมาชิกบีไปรูด

คืนบัตรบีพร้อมคูปองผ้าขนหนู บอกว่าบัตรหมดอายุแล้ว คราวที่แล้วมาไม่มีคนเตือนเหรอ

บีก็ว่าไม่มี ต้องเสียเท่าไรล่ะ บีหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาเตรียมจ่ายเงิน

พนักงานบอกว่า จ่ายไม่ได้แล้ว ระบบตัดไปแล้ว โทรหา Call Center เดี๋ยวนี้เลย

 

บีก็เออ ๆ รับรู้ แต่บีรีบ จะไปให้ทันเข้าคลาสเวลา 6 โมงเย็น กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากออฟฟิศ

มาถึงฟิตเนสก็เหลืออีกแค่ 15 นาทีเท่านั้น บีเลยเดินเข้าฟิตเนสไปหยิบมือถือไปเตรียมโทร

 

พนักงานรับบัตรคนนั้นเรียกบีให้กลับมาโทรด้านหน้า ไม่ให้บีเข้าไป

ชักหงุดหงิดนิดหน่อย คนกำลังรีบ แต่ก็หยุดกดเบอร์โทรโดยดี พอโทรติด ก็เลยเดินไปคุยไป

ยังคงมุ่งมั่น และมีหวังว่าจะเข้าคลาสทัน

 

พนักงาน Call Center บอกว่าบัตรบีหมดอายุตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว

บีก็อืม รับทราบ แล้วไงต่อ (คือแล้วจะให้ทำไงต่อ ก็เปิดระบบให้ชั้นจ่ายเงินสิ จะได้ไปเล่นสักที)

 

พนักงาน Call Center ย้ำเตือนสติบีว่า บัตรหมดอายุ ไม่สามารถต่อสัญญาได้ ต้องต่อสัญญาใหม่

บีก็เฮ้ยยย.. ไรอ่ะ ขอให้เค้ายืดหยุ่นให้ เพราะบีไม่ได้มีเจตนาจะไม่ต่ออายุ แต่บีไม่รู้ว่าหมดอายุวันไหน

แล้วก็ไม่มีใครโทรมาเตือนเลยนะ หน้าบัตรก็ไม่มีวันหมดอายุระบุ บีจำไม่ได้หรอก

ในชีวิตบีมีอะไรให้จำเยอะ บัตรประชาชนหมดอายุวันไหนยังจำไม่ได้เลย

จะให้มาจำวันหมดอายุสมาชิกฟิตเนสตลอดชีพ และเฝ้าระวังคอยต่ออายุเหมือนเล่นเกมโชว์

มันเหนื่อยไปป่าวว....

 

พนักงาน Call Center บอกว่า บริษัทไม่มีบริการโทรเตือน และยืนคำเดิมเหมือนแผ่นเสียงตกร่องว่า

ต่อสัญญาไม่ได้ บีต้องทำสัญญาใหม่ เพราะบริษัท ยืดหยุ่นให้แล้ว

สามารถจ่ายได้ภายหลังวันหมดอายุ 120 วัน แต่นี่ขาดต่ออายุมา 7 เดือนแล้ว

 

บีเพิ่งจะรู้เอาวันนั้นว่ายืดหยุ่นได้ 120 วัน ในสัญญาไม่มีเขียน

ตอนขายเซลก็ไม่เคยบอกว่าถ้าไม่ต่อให้ทันเวลาจะตัดสัญญา

สรุปว่า สัญญาตลอดชีพของบีสิ้นชีพเสียแล้ว

 

ยังสงสัยอยู่ว่า แล้วที่ผ่านมาที่บีไปเล่นกับเพื่อน 3 ครั้ง มันก็เลยวันหมดอายุ

เลยกำหนดวันยืดหยุ่น 120 วัน แล้วทำไมไม่มีพนักงานทักบีล่ะ

 

บีรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับบี เหมือนฟิตเนสอาศัยช่องความหลงลืมของผู้บริโภค

มาเอารัดเอาเปรียบเพื่อเสนอขายสัญญาใหม่ ตอนที่เซลต้องการปิดยอด

มานำเสนอขายเพื่อรับเป็นเงินก้อนไป ยังโทรตามบียิก ๆ ในเวลานี้ เงินแค่ 100 บาท

บีพร้อมจะให้แต่ฟิตเนสกลับปฏิเสธที่จะรับ

 

กลับบ้านมาได้ ด้วยความโมโหมาก เข้ามาโพสต์กะทู้ลงเว็บพันทิปห้องโต๊ะเครื่องแป้ง

กลายเป็นกะทู้แนะนำในเวลารวดเร็ว และจากคนที่เข้ามาเม้นท์ มีหลายคนที่เจอกรณีเดียวกับบีเยอะอยู่

ที่ร้ายกว่านั้น บางคนเลยมา 10 วันก็โดนตัดหมดอายุต่อไม่ได้ แต่บางคนก็ได้อยู่หลายเดือน

บางคนเลยมาเป็นปีก็มี ที่สำคัญ บางคนโดนให้ต่อสัญญาได้ แต่ต้องจ่ายค่าปรับ

แล้วไอ้ค่าปรับนี่ แต่ละคนก็เจอไม่เท่ากัน 6 พันบ้าง 3 พันบ้าง 2 พันบ้าง ไม่กี่ร้อยก็มี

หมายความว่าอะไร?? เพราะว่าไม่มีระบุเงื่อนไขที่ชัดเจนในสัญญา

แล้วบริษัทจะเรียกเก็บเท่าไร หรือจะอนุโลมให้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของพนักงาน Call Center เหรอ?? หรือแล้วแต่ความวีนของลูกค้า??

 

ที่น่าเจ็บใจคือ พนักงานรูดบัตรเค้ารู้อยู่แล้วว่าบัตรบีหมดอายุ ไม่สามารถเล่นได้แล้ว

เค้าถึงไม่ให้บีเข้าไปภายในฟิตเนส จะให้บีโทรศัพท์อยู่ด้านนอก

(แต่บียังไม่รู้ตัว เพราะเข้าใจว่า ที่พนักงานให้โทรหา Call Center เพื่อให้บีเคลียร์เรื่องระบบจ่ายเงินเอง)

บีออกจากฟิตเนสทันทีที่คุยกับ Call Center แล้วไม่ได้รับการอนุมัติให้ต่ออายุได้

โทรไปเล่าให้เพื่อนที่เล่นด้วยกันฟัง เพื่อนโทรไปสอบถาม

เจอพนักงานที่รูดบัตรบีรับสายพอดี เพื่อนบีถามว่า ก่อนหน้านี้ยังเข้าไปเล่นด้วยกันอยู่เลย

ทำไมถึงเล่นได้ พนักงานก็ว่า เป็นไปไม่ได้ ต้องมีคนเตือนแล้วแน่ ๆ แล้วนี่บอกให้โทรศัพท์

ตรงนี้ ก็ยังแอบเดินเข้าไปจนได้ คงไปเล่นแล้วมั้ง

 

ในวันที่บัตรบีหมดอายุ เค้าทำยังกะบีไม่เคยเป็นลูกค้าเค้า ทำยังกะบีรู้อยู่แล้วว่าบัตรหมดอายุ

แล้วยังแอบเนียนมาเล่นฟิตเนสงั้นแน่ะ ทำยังกะบีจะเข้าไปขโมยของเค้าแน่ะ

 

ร้ายกว่านั้น วันรุ่งขึ้น บีโทรเข้าหา Call Center อีกครั้ง เพื่อเช็คว่าปีนี้บีเข้าไปใช้บริการกี่ครั้ง

วันไหนบ้าง บีจำได้ว่าบีไปใช้บริการ แต่ไม่มีพนักงานทักท้วง หรือแจ้งเตือน

คุยไปคุยมาพนักงานบอกว่าให้บีกลับไปอ่านรายละเอียดสัญญาให้ดี ๆ

มีคำไหนเขียนว่า สัญญาตลอดชีพเหรอ?? อ้าวววว...เล่นงี้เลยเหรอ

 

เป็นความผิดผู้บริโภคอีกใช่มั้ยที่หลงเชื่อคารมเซล ถ้าสัญญาบีไม่ใช่สัญญาตลอดชีพ

ตามที่เซลพูดขายบีในวันนั้น ยังงั้น บริษัท และเซล มีเจตนาให้บีเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสัญญา

เพื่อหวังขายสมาชิก เอาเงินก้อนจากบีไปน่ะสิ ที่สำคัญ บีไม่ได้ละเมอไปคนเดียวนะคะ

ว่าบีถือสัญญาตลอดชีพ หลายคนที่มาเม้นท์ที่กะทู้พันทิป

ก็บอกว่าตัวเองเป็นสัญญาตลอดชีพเหมือนกัน และมีจำนวนเยอะมาก

ถ้าไม่ใช่นโยบายบริษัทที่ออกมาให้เซลขายโดยอ้างเป็นสัญญาตลอดชีพ เซลจะขายได้ยังไง

 

สรุปแล้ว บีผิดที่ไม่ไปจ่ายเงิน 100 บาทให้ทันก่อนวันหมดอายุสัญญา

แต่ฟิตเนส ก็ผิดที่บริหารงานไม่โปร่งใส ไม่จริงใจกับลูกค้า

ขาดธรรมาภิบาลตามที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ควรจะเป็น

 

ตอนนี้ อยู่ในระหว่างยื่นเรื่องให้สคบ. ดำเนินการอยู่ค่ะ

แต่คาดว่า สคบ. จะเชิญมาไกล่เกลี่ย แล้วก็จบไปแบบเงียบ ๆ

แต่บีอยากทำให้มันดัง เพื่อเตือนให้คนทั่วไปได้รับรู้ และระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนกับบีอีก

ไม่รู้ว่าจะทำได้แค่ไหน ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ..

 

ประสบการณ์ลอยกระทง

posted on 02 Nov 2009 09:20 by bxjapan  in MyLove

ประสบการณ์การลอยกระทงของหมวยบี

เริ่มตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แม่กับอี๊ ๆ จะผลัดกันพาบีกับพี่ ไปเที่ยวงานลอยกระทงกัน

ได้ไปลอยกระทง กินสายไหม เดินหาของอร่อย ๆ กินกัน ดูเค้าประกวดนางนพมาศ

เล่นดอกไม้ไฟ ดูพลุ แค่นี้ก็สนุกสนานตามประสาเด็ก ๆ แล้ว

 

โตขึ้นมาหน่อย เลยวัยที่จะไปเที่ยวงานวัดแบบเด็ก ๆ แบบนั้น

อี๊ก็ชวนไปกินข้าวร้านอร่อยริมแม่น้ำ อิ่มดีแล้วก็ซื้อกระทงมาลอยกันข้างโต๊ะอาหารนั่นแหละ

สนุกตรงที่ ยิ่งดึกยิ่งเห็นกระทงลอยมาจำนวนมาก สีสันสวยงาม วิบ ๆ แวม ๆ

มีกระทงใบนึงเด็ดสุด เห็นแต่ไกล นึกว่าหมาเน่าลอยน้ำมา ตกใจกันหมด

มาใกล้ ๆ จึงเห็นชัดว่าเป็นหยวกกล้วยยาว 1 ศอก เป็นดุ้นลอยมาเชียว

มีธูปปักใบเขียนขอพรอยู่ เลยได้รู้ว่าเจ้าของดุ้นหยวกกล้วยอันนี้เป็นผู้ชาย

เพราะแอบถือวิสาสะอ่านข้อความได้แว๊บนึงก่อนที่จะลอยน้ำผ่านไป

เจ้าของกระทง (เรียกกระทงได้มั้ยเนี่ย?) ขอพรให้ปีนี้มีสาวมาเคียงกาย อุ อุ

 

โตขึ้นมาอีกนิด มีแฟนแล้วก็ไปลอยกระทงกับแฟนมาตลอด

เปลี่ยนที่ลอยไปทุกปี จะได้ดูสีสันหลาย ๆ ที่ สวนลุมบ้าง จุฬาบ้าง

ได้บรรยากาศสนุกสนานไปตามเรื่อง...

 

จนได้มาคบกับพี่หมีนี่ล่ะ บีไม่เคยได้ลอยกระทงอีกเลย

ปีแรก ๆ พี่หมีอยู่ต่างจังหวัดเลยไม่ได้ลอย มีอยู่ปีนึง เป็นปีแรกที่พี่หมีอยู่กรุงเทพฯ

บีก็อิ๊อ๊ะ เตรียมซื้อกระทงไว้ 2 ใบ ตั้งใจเย็นนี้จะมาลอยกับพี่หมี

พอพี่หมีมารับ พี่หมีก็ขับรถกลับบ้านปกติ จนเกือบจะถึงบ้านบีอยู่แล้ว

บี : พี่หมี จะไปไหน

พี่หมี : กลับบ้านไง

บี : อ้าว! ไม่ลอยกระทงเหรอ ลอยกระทงก่อนสิ

พี่หมี : บีจะไปลอยที่ไหน! รถติดจะตาย เห็นมั้ย พี่เหนื่อย!!

 

ก็เออเนอะ จะไปลอยที่ไหนได้ จะถึงบ้านอยู่แล้ว กระทงก็ซื้อมาแล้ว

หรือว่าจะไปลอยในอ่างในบ้าน เฮ้ยยย.. ไม่เอาหน่า คิดไปคิดมา ชักหงุดหงิด

ถ้าพาไปหาที่ลอยก่อนกลับบ้านซะก็แล้ว

บี : เออ เออ ยังไงก็ซื้อกระทงมาแล้ว หาที่ไปทิ้งซะที่ก็ได้ อย่าต้องให้ทิ้งถังขยะเลย

นู่น ๆ เข้าซอยโน้น มีวัดติดริมน้ำ น่าจะได้อยู่

 

เดินเข้าไปในวัด บรรยากาศช่างเป็นงานวัดจริง ๆ โจ๊ะพรึม ๆ สุด ๆ

เราเดินผ่านไปถึงริมคลอง มีคนยืนกันหนาแน่นตรงบันไดที่คนลงไปปล่อยกระทง

น้ำเน่าดำปิ๊ด ขนาดที่ถ้าปล่อยกระทงแล้วคงไม่กล้าเอามือวักน้ำให้กระทงลอยไปไกล ๆ

ในขณะที่บียืนงง เอาไงดีวะ

 

นึกภาพผู้ชายวัย 30 กว่า ผู้ไม่เชื่อในพระแม่คงคา ไม่เคยสนุกสนานกับเทศกาลใด ๆ

จุดธูปเทียนที่กระทงตัวเอง แล้วอธิษฐาน เสร็จปั๊บ เหล่ ๆ เล็ง ๆ สักนิด

คุณพี่ก็ปากระทงลงน้ำจากริมตลิ่ง ความสูงจากตลิ่งประมาณเมตรกว่า ๆ

ทำเอาน้ำแตกกระจาย กระซ่านกระเซ็นไปโดนกระทงคนอื่น

แล้วกระทงก็ลอยเท้งเต้งตามกระแสน้ำจากไป โดยมีสาวหมวยยืนอ้าปากหวอ

พูดไม่ออก บอกไม่ถูก อยู่ข้าง ๆ "เอางั้นเลยเหรอ"

พี่หมี : แล้วบีจะทำยังไง น้ำก็ดำโสโครก คนก็แน่นตรงบันได ไปยืนเบียดกับเค้า

พอดีได้ตกน้ำ ขี้เกียจต่อคิวด้วย เอ้า! เร็ว ๆ สิ

 

บีคะเนแล้ว ถ้าบีปาแล้วกระทงมันคว่ำ เอาก้นกระทงลอยโชว์ชาวบ้านนี่จบเห่เลยนะ

ในเมื่อไม่มีทางเลือกมากนัก เอาก็เอาวะ จุดธูปเทียน อธิษฐาน

แล้วพยายามยืนใกล้ตลิ่งให้มากที่สุด ย่อตัวด้วย นั่งยอง ๆ เลยก็ดี ยืดแขนให้สุด ๆ

ในขณะที่เก้ ๆ กัง ๆ เล็งจังหวะเหมาะ ๆ อยู่

พี่หมี : เอ๊า เร็ว ๆ สิ ยืนถอยมาหน่อยก็ได้ เด๋วก็ตกน้ำพอดี

 

แม่มมมมม... คนกำลังตั้งสมาธิ เกิดมาเพิ่งจะได้ปากระทงลงน้ำนี่ล่ะ

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ค่อย ๆ ปล่อยกระทงให้ปลิวไปกระทบน้ำ

แล้วรอลุ้นแทบกลั้นหายใจว่ากระทงจะคว่ำหรือเปล่า

เฮ้อออ.. รอดตัวไป ปากระทงลงน้ำเสร็จแล้ว ก็เดินกลับบ้านทันที

ไม่ได้อยู่โจ๊ะพรึม ๆ ในงานวัดด้วย หมดอารมณ์จริง ๆ

 

ประสบการณ์สอนว่า อย่าได้ชวนพี่หมีลอยกระทงอีก

ปีต่อ ๆ มาบีไม่เตรียมกระทงอีกเลย เห็นใคร ๆ เตรียมตัวไปลอยกระทงก็เศร้าใจ

ลองเอ่ยปากแย๊บ ๆ ถาม "พี่หมี ไปลอยกระทงกันมั้ย?"

พี่หมี : ลอยทำไม ไร้สาระ รถติดจะตาย เห็นมั้ย พี่เหนื่อย!!

 

ผู้ชายคนนี้ ถนัดจริง ๆ ทำให้ชั้นรู้สึกน้อยใจ ทำให้ชั้นรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่ากว่าคนอื่นเนี่ย

 

เมื่อวานนี้ ปีนี้ พี่หมีชวนบีไปลอยกระทง

หึ..หึ.. อยากจะดูน้ำหน้าคนชวนจริง ๆ เลย ไม่รู้ลอยกระทงปีนี้จะออกมาเป็นรูปแบบไหน

 

เพราะพี่หมี ไม่ใช่คนวางแผนเตรียมการอะไร เหมือนนึกจะพูดก็พูดมา

บีอยากจะรู้นักว่าพี่หมีจะพาไปลอยที่ไหน จะเตรียมกระทงมาหรือเปล่า

จะบ่นว่ารถติดหรือเปล่า จะหาที่จอดรถได้มั้ย ปัญหาจิปาถะที่จะทำให้พี่หมีอ้างได้ว่า

"พี่ก็อยากพาบีไปลอยนะ แต่เห็นมั้ยมันเป็นอย่างนี้ มันเป็น accident พี่ไม่ตั้งใจ ไว้ปีหน้านะ"

อย่าว่าบีใจร้าย มองโลกในแง่ร้ายเลยนะ พี่หมีสอนให้บีเป็นอย่างนี้เอง

 

ให้มันชัวร์ๆ ลอยกระทงกับเอ็กซ์ทีนดีกว่า เจอกันบ่อวรนุชนะจ๊ะ

 

edit @ 2 Nov 2009 10:35:46 by Bxjapan