Hong Kong Trip by BeMuay
posted on 14 Jul 2009 20:27 by bxjapan in MyLifeปีนี้เจ้านายใจดี ทำเซอร์ไพรส์บอกจะพาไปเที่ยวฮ่องกง สวรรค์ของนักช้อป
นักช้อปอย่างบีจึงเตรียมทำการบ้านเป็นอย่างดี ดูว่ามีอะไรน่าซื้อ
เช็คราคาของที่อยากได้ แล้วจัดการเจรจากู้เงินแม่ ขอเงื่อนไขดอกเบี้ย 0%
ผ่อนจ่ายกันยาวนาน (กะให้ลืมกันไปเลย) แถมยังมีระยะปลอดหนี้อีกหลายเดือน
ก่อนไป แม่รู้จักนิสัยลูกสาวดี ย้ำนักย้ำหนา ไม่ต้องซื้อให้หมดตังค์นะลูก
อะไรที่มันแพง ๆ ก็ไม่ต้องซื้อ แม่เป็นห่วง กลัวลูกหมดตัว ส่วนบี ได้ยินแล้วก็ไม่หือไม่อือ
ไม่อยากรับปาก เพราะไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น หึ.หึ..
ทริปนี้ ไปกัน 3 วัน 2 คืน (10-11-12 กรกฎาคม 52) วันที่ 10 ออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่
สาว ๆ ออฟฟิศเรามาที่สนามบินสุวรรณภูมิอย่างพร้อมเพรียงกันในเวลาประมาณ 6.30 น.
แหม..ไม่รู้ว่าตื่นเต้น หรือจะรีบมาช้อปดิวตี้ฟรี มากันไวเชียว สงสัยจะเป็นอย่างหลัง
พอลงเครื่องกินข้าวเติมพลังกันเสร็จ จึงได้มุ่งหน้าไปขึ้นกระเช้านองปิง 360 องศา
กระเช้าย๊าว ยาว พาข้ามเขา 4 ลูก ชมวิวแบบ 360 องศา ให้ใจแอบหวิวนิด ๆ
ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงเอาชีวิตมาแขวนไว้บนลวดสลิง 2 เส้น มองลงไปข้างล่าง
อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าสลิงขาดจะเป็นยังไงน๊อ.. สงสัยแล้วก็เลยถามไกด์ว่า
เคยมีประวัติอุบัติเหตุมั้ยค่ะนี่ ไกด์ยังไม่ทันตอบ โดนพี่ร่วมทริปชิงด่าว่าปากเสียซะแร้ว..
ไกด์ปลอบใจว่า ปลอดภัยหายห่วง เลือกได้เลยว่าจะลงน้ำ หรือลงเขา อ้าว... ซะงั้น
ไกด์ชี้ให้ดูข้างล่างมีทางให้สำหรับคนเดินเขาด้วย ถ้าเริ่มเดิน 6 โมงเช้า
จะไปสุดทางเอาตอนบ่าย 3 โอ้โหเฮะ..แค่เห็นแล้วก็ขอบายอ่ะ ข้อเข่าเสื่อมหมด
ลงจากกระเช้าแล้ว เข้าสู่หมู่บ้านวัฒนธรรม มองเห็นพระใหญ่แต่ไกล
ไกด์เล่าว่าเป็น 1 ใน 4 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนฮ่องกงนับถือ ถ้ามาแล้วควรไปให้ถึงยอด
ระหว่างทางก่อนถึงทางขึ้นก็อิ๊อ๊ะถ่ายรูปตามประสา แดดเปรี้ยง ๆ ก้อยังสู้...
พอถึงบันไดที่จะขึ้นไปไหว้พระนี่สิ ความยาว 268 ขั้น แรก ๆ ยังแรงดีไม่มีตก
หลัง ๆ ชักหอบแฮ่กกัน ขึ้นไปถึงไม่มีที่ให้จุดธูปเหมือนวัดไทยแต่อย่างใด
ได้แต่พนมมือไหว้พระอธิษฐานขอพรกันไป แหม..รู้งี้ ส่งแรงอธิษฐานตั้งแต่บันไดขั้นที่ 1 ซะก็แล้ว
จบจากไหว้พระรีบดิ่งไปช้อปปิ้งกันต่อที่ City Gate แอบผิดหวังนิด ๆ
เพราะตอนหาข้อมูลรู้มาว่ามันแหล่งช้อปปิ้งที่เริ่ดมากกกก... แต่พอไปถึงก็งั้น ๆ ล่ะ
แทบไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา เช็คราคาดูแล้วก็ไม่ถูกซะเท่าไร
ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เรายังมีแหล่งช้อปให้แก้ตัวกันใหม่
เช้าวันใหม่จึงเริ่มต้นด้วยการไปจุดชมวิว Victoria Peak ถ้าไม่มาก็เหมือนมาไม่ถึงน่ะสิ
ที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากถ่ายรูป แต่พอฝนตั้งเค้าก็รีบหนีกันใหญ่ ยังไม่อยากเปียกนี่..
ไกด์ช่วยถ่ายรูปหมู่ให้ บอกว่าสาว ๆ ออฟฟิศนี้โพสกันแบบไม่มีใครยอมใครกันซะเลย
อ๊ะ..ก็ใช่น่ะสิ นั่นมันงานอดิเรกของพวกเรานี่นา
เสร็จแล้วจึงมุ่งหน้าไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่อ่าว Repulse Bay อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่ชาวฮ่องกงนับถือเป็นอย่างมาก ตัวบีเองก็นับถือเจ้าแม่กวนอิมอยู่แล้ว ดีใจที่ได้มากราบไหว้
วัดนี้มีเทคนิคให้เสริมดวง สร้างสิริมงคลมากมาย ทั้งสะพานต่ออายุ
ขอลูก (อันนี้เคยมีรุ่นพี่ที่ออฟฟิศ เค้ามีลูกยากไปขอได้มาคนนึงด้วย)
ลูบขาสิงโตเพื่อให้การงานราบลื่น ลูกน้องขยันขันแข็ง เชื่อฟัง
เห็นเจ้านายมุ่งหน้าไปลูบ เราจึงรีบห้ามไว้ บอกว่าเราขยันดีอยู่แล้ว แต่ไม่ทัน
เลยร่วมวงลูบขาสิงโตตัวเดียวกันกับเจ้านายซะเรย (ไว้แก้เคล็ด หุ หุ)
มาถึงเทพที่เป็นที่โปรดปรานของสาว ๆ คือขอเนื้อคู่ เป็นที่เดียวที่สาว ๆ
มุ่งมั่นส่งจิตอธิษฐานกันอย่างแรงกล้า ไกด์กำชับว่าอย่าลืมระบุเวลาด้วยนะ
เดี๋ยวเนื้อคู่มาแน่ แต่ไม่ระบุเวลา ดันมาตอน 60 จะรอไม่ไหวนา..
ผลจากแรงอธิษฐานจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ
แล้วที่ขาดไม่ได้ของสาวออฟฟิศเรา คือ ถ่ายรูป สาวน้อยสาวใหญ่ยกโหล 12 คน
แอ๊คท่าถ่ายรูปในวัดแบบไม่เกรงใจเทพยดาฟ้าดิน ทำหนุ่ม ๆ แถวนั้นหันมองกันเหลียวหลัง
ชิชะ ไม่เคยเห็นคนสวยล่ะซี๊..
ดูจากรูปเอาเถอะ มุมเดียวกัน ถ่ายซ้อนกันไปมา ช่างสามารถซะจริง
วันนี้นัดกันใส่เสื้อลายสก๊อตกันด้วย สไตล์ใครสไตล์มัน สวยกันไปคนละแบบ
ส่วนใครจะใส่เหมือนลูกสาวกำนัน เมียกำนัน หรือเหมือนอะไร ก็พิจารณากันเอาเองเถิดค่ะ
ถึงคราวไปฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ วันนี้พายุเข้าระดับ 1 หรือ 3 นี่ล่ะ จำได้ไม่แม่นนัก
ไกด์เล่าให้ฟังว่า ที่ฮ่องกงมีพายุถึงระดับ 8 แต่ก่อนพายุเข้าฮ่องกงระดับ 8 บ่อยมาก
ทางรัฐบาลจะประกาศเตือนพายุเข้าก่อน 1 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกคนเข้าบ้าน
ไม่อย่างนั้นจะเป็นอันตรายต่อคนเดินถนน หรือแม้แต่รถสัญจรไปมา
ทางฮ่องกงเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยมาก จึงให้ซินแสมาดู ซินแสจึงให้สร้างพระใหญ่บนเขา
เพื่อให้พลังของพระช่วยผลักพายุไปทางอื่น หรือให้บรรเทาเบาบางลง
พระใหญ่ที่บีไปไหว้ที่นองปิงนั่นแหละค่ะ ไกด์บอกว่าหลังจากนั้น
นาน ๆ จะมีพายุระดับ 8 เข้าฮ่องกงซะที เวลาพายุเข้าก็ระดับเบา ๆ อย่างนี้แหละ
เอ๊..แล้วกันเกี่ยวกับดิสนีย์แลนด์ยังไงนี่
เกี่ยวเพราะว่า พนักงานตรวจบัตรก่อนเข้าดิสนีย์บอกว่าวันนี้พายุเข้า
เครื่องเล่นบางอย่างจะงดให้บริการนะจ๊ะ เราก็โอเค เข้าไปแล้วปรากฏว่า
แม้แต่ม้าหมุนก็ปิดแฮะ สรุปว่า อะไรที่อยู่กลางแจ้งปิดให้บริการหมด
ในดิสนีย์บีเลยได้ชมโชว์ไลอ้อนคิง ดูหนังมิคกี้ 4D เข้าชม Small World
ช่วย Buzz Lightyear ยิงศัตรูอวกาศ อ่ะนะ รู้ทั้งรู้ว่ายิงขำ ๆ แต่พอถึงเวลา
ก็เห็นทุกคนเข้าไปยิงเอาเป็นเอาตายทุกที เหอ.เหอ.. สงสัยบรรยากาศมันพาไป
เข้าไปเล่น Space Moutain เครื่องเล่นที่ตื่นเต้นที่สุดในดิสนีย์แลนด์
แต่ก็ยังเด็ก ๆ ถ้าเทียบกับเครื่องเล่นหวาดเสียวที่อื่น ๆ ที่เคยเจอมา
ควงคู่ไปกับเพื่อนอิ่ม ก่อนเล่นบอกว่าแข่งกันกรี๊ดนะ กลัวไม่สนุก
ถึงเวลาเพื่อนอิ่มกรี๊ดเอาเป็นเอาตายมาก เราก็กรี๊ดตาม แต่ไม่ไหวล่ะ เจ็บคอ แถมหูจะแตกเอา
ออกจาก Space Moutain ได้ นึกสงสัยเลยถามไปตรง ๆ ว่า นี่กรี๊ดจริง หรือกรี๊ดเล่น ๆ
เพื่อนอิ่มบอกว่ากรี๊ดจริงเว้ยยยย...
มีเครื่องแอบบันทึกภาพอัตโนมัติไว้ด้วย เลยมีภาพยืนยันว่าเพื่อนอิ่มกลัวจริง กรี๊ดจริง
โถ..เราก็เห็นว่าเป็นสาวมั่น ไม่นึกว่าจะกลัว.. เลยพาไปนั่งหน้าสุด ฮ่า.ฮ่า..
ขอเอาภาพมาประจานเลยละกัน หุ.หุ..
อีกภาพเป็นน้องแตง โดนน้องฝนหลอกเข้าไปว่าไม่น่ากลัว ท่าทางกลัวสุดขีดเหมือนกัน
เนื่องจากเครื่องเล่นปิด เลยเล่นอะไรมากไม่ได้ แถมเวลาน้อย เลยเน้นช้อปปิ้ง
กับถ่ายรูป อีกแล้ว!! เห็นภาพที่ขี่ช้างดัมโบ้มั้ย นั่นน่ะ วิ่งปาดหน้าเด็กไปถ่ายมานะนี่
เลวได้อีก เหอ.เหอ..
จบจากวันนี้ไปช้อปปิ้งที่มงก๊ก ต่อด้วยจิมซาจุ่ย ช้อปกันกระหน่ำจนนาทีสุดท้าย
แบบว่า รถไฟปิดเที่ยงคืน เราก็กลับไปขึ้นรถไปประมาณ 5 ทุ่มกว่าเกือบเที่ยงคืน
กว่าจะถึงที่พักก็ปาไปเที่ยงคืนครึ่งเกือบตีหนึ่งในสภาพกะปลกกะเปลี้ย
อ่อนระโหยโรยแรง หมดสภาพความงาม แต่อิ่มใจ...
วันรุ่งขึ้นวันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ ขึ้นรถไฟไป Central ช้อปปิ้ง H&M
สาว ๆ หายไปใน H&M กันเกือบ 2 ชั่วโมง ออกมาก็หิ้วกันคนละถุงเล็กถุงใหญ่
ข้ามเรือเฟอร์รี่ไปช้อปกันต่อที่โอเชี่ยน เทอร์มินอล ต่อด้วยเก็บตกจิมซาจุ่ย
ปิดท้ายวันอย่างสวยงาม กลับมาหมดสภาพกันเป็นแถบ ๆ
กระเป๋าเดินทางปริ กระเป๋าตังค์แฟบ เป็นคำจำกัดความของทริปเรา
ทั้งขาไปและขากลับใช้บริการสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ นักบินบังคับเครื่องบินได้
ไม่ประทับใจเอาซะเลย เครื่องบินดูสั่น ๆ เหมือนเจ้าเข้า ขับไม่นุ่ม
พาลให้คิดถึงสโลแกน Smooth as Silk ของการบินไทยมาตะหงิด ๆ
ในระหว่างที่อยู่บนเครื่อง หลังเบาะจะมีหน้าจอทีวีให้ดูหนังฟังเพลงได้
บีสงสัยอยู่ปุ่มนึงว่ามันมีไว้ทำอะไร
เดาว่าเป็นเสื้อชูชีพเหรอ มันก็ไม่น่าจะใช่ แอร์ก็บอกอยู่มันต้องอยู่ใต้เบาะ
แล้วถ้าเป็นเสื้อชูชีพจริงทำไมมันอยู่ในตำแหน่งใกล้มือคนมือซนจัง
คิดไปคิดมาก็ชวนเพื่อนรอบตัวให้ดึงดูสิ ว่าจะมีอะไร แต่ก็ไม่มีใครดึง
แถมย้อนว่าทำไมแกไม่ถึงของตัวเองล่ะ ก้อนะ กลัวดึงแล้วเกิดอะไรขึ้น
แอร์ด่าเป็นภาษาจีนจะฟังไม่ออกน่ะดิ เอางี้ ใครรู้ช่วยบอกหน่อยละกัน สงสัยจังเลย
วันพรุ่งนี้บีจะมาเปิดถุงช้อปปิ้งให้ชม แล้วมาดูกันว่าบีช้อปอะไรกันมาบ้าง
ใครอยากดูยกมือขึ้น...
หมายเหตุ : ขอยืมภาพจากกล้องสาว ๆ ทั้งหลายคนละนิดละหน่อยมาอัพบล็อกนะคะ
edit @ 15 Jul 2009 10:30:31 by Bxjapan

#1 By Lovelyjay on 2009-07-14 22:15