บทเรียนในความมืด

posted on 15 May 2011 12:30 by bxjapan in MyLife
ไปประชุมกับลูกค้าที่ตึกจามจุรีอยู่บ่อยๆ เห็นป้ายโฆษณา
ว่ามีนิทรรศการ Dialogue in the Dark เปิดให้ชมแล้ว
 
ก่อนหน้านี้เคยเห็นประกาศว่ามีนิทรรศการประเภทนี้
มาเปิดให้ชมชั่วคราวในประเทศไทย แต่คราวนี้มีมาเปิดให้ชมแบบถาวร
กว่าจะหาเวลามาเที่ยวชมได้ก็ผ่านมาเป็นปี (ดีนะไม่ปิดไปซะก่อน -_-')
 
นิทรรศการ Dialogue in the Dark หรือ บทเรียนในความมืด
เป็นนิทรรศการที่ให้เราได้ทดลองเป็นคนตาบอด
แล้วมาดูสิว่าจะใช้ชีวิตในโลกนี้ได้อย่างไร
 
น่าสนใจแล้วล่ะสิ งั้นตามมาเลย...
 
 
 
นิทรรศการ Dialogue in the Dark อยู่ในจตุรัสวิทยาศาสตร์
จัดโดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช.
ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ตึกจามจุรีสสแควร์
ใครไปรถไฟใต้ดิน ลงสถานีสามย่าน ถึงเลยจ้า
 
 
 
ภายในจตุรัสวิทยาศาสตร์ มีนิทรรศการอื่นๆ ให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
เป็นนิทรรศการแบบให้เรียนรู้แบบสัมผัส มีประสบการณ์ร่วม
แต่ดูน่าจะเหมาะกับเด็กวัยเรียน มากกว่าผู้ใหญ่วัยโข่งอย่างเรา
 
 
 
เดินเที่ยวเล่นคร่าวๆ แล้ว เรารีบตรงดิ่งไปเป้าหมายของเราเลยดีกว่า
สอบถามรอบการเยี่ยมชมได้ที่เคาน์เตอร์ รอบแรกเริ่ม 11.30 น.
และมีรอบต่อๆ ไป ระยะเวลาห่างกันไม่มากนัก
 
แต่เราต้องเข้าไปก่อนเวลาสัก 15 นาที 
เพื่อรับฟังคำแนะนำการชมนิทรรศการก่อนค่ะ
 
 
 
ผู้ใหญ่เสียค่าบัตรคนละ 90 บาท เด็กเท่าไรไม่รู้จำไม่ได้ขอโทษด้วย -_-'
 
 
 
อุปกรณ์การเยี่ยมชมนิทรรศการของเรา
 
ในรอบนี้มีผู้เข้าชมนิทรรศการ 4 คน เมื่อเจ้าหน้าที่แนะนำวิธีการใช้
ไม้นำทาง และขั้นตอนการเยี่ยมชมนิทรรศการแล้ว
 
ก็ถามขึ้นมาว่าใครจะเข้าไปเป็นคนแรก!!
 
บีกับพี่หมีในฐานะที่อาวุโสสุดจึงอาสายกมือ
ชี้นิ้วไปยังน้อง 2 คนที่บังเอิญมารอบเดียวกับเรา
 
และเมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่าใครจะเป็นคนเดินปิดท้าย
บีรีบยกมือชี้ไปทางพี่หมีอย่างไม่ต้องสงสัย (เค้ากลัวนิ -_-")
 
สรุปการเดินเข้าชมแถวเรียงเดี่ยวดังนี้
น้องล้ง น้องโบว์ บี และพี่หมี
เจ้าหน้าที่บอกว่าเราจำเป็นต้องรู้ลำดับคนเดินหน้า และคนปิดท้าย
โดยไกด์ที่นำชมด้านในจะเรียกชื่อคนนำหน้าและปิดท้ายเป็นระยะ
เพื่อให้มั่นใจว่าในการเดินเยี่ยมชมไปแต่ละห้องจะไม่หลงกัน
 
 
 
ถ้าพร้อมกันแล้ว.. เราเข้าไปข้างในกันเลยดีมั้ย??
  
 
 
นิทรรศการจำลองสถานที่ต่างๆ ในชีวิตประจำวันไว้ทั้งหมด 7 ห้อง
มีไกด์นำทาง แนะแนว เชิญชวนให้เราใช้ประสาทสัมผัสทุกอย่าง
เพื่อรับรู้สิ่งรอบตัว และเมื่อใดที่เรากำลังสับสนทางที่จะไป
ไกด์จะเรียกชื่อเรา และมานำทางเราได้แม่นเสียยังกับตาเห็น
 
ในห้องสุดท้ายเราได้พูดคุยกับไกด์เพื่อสรุปสิ่งที่ได้พบเจอ
ซักถามข้อสงสัยต่างๆ และแชร์ความรู้สึกจากการเยี่ยมชม
 
แรกเริ่มเรากลัวแต่ต่อมาเรากลับสนุก
เหมือนเราได้หลุดเข้าไปในโลกใหม่
เราสนุกเพราะเรารู้ดีว่าในสถานที่นี้ไม่มีอันตรายใดๆ
และมีไกด์คอยนำทาง
 
แต่ในชีวิตจริงถ้าต้องสูญเสียการมองเห็น คงไม่สนุกนัก
คงอ้างวางเหมือนอยู่คนเดียว และใช้ชีวิตอย่างหวั่นเกรงอันตราย
 
ฉันเคยถามตัวเองมาตลอดว่าถ้าวันหนึ่งหากต้องตาบอด
ฉันจะรับได้มั้ย?
 
ไกด์ตอบฉันว่า ต้องรับให้ได้ ต้องอยู่ให้ได้ เช่นตัวเขาเอง
 เขาไม่ได้พิการแต่กำเนิด แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้สูญเสียการมองเห็น
เขารีบเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกมืด
เพราะไม่อยากให้ตัวเองเป็นภาระของคนอื่น
 
เขาเดินถนน กินข้าวใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป
แต่อาจยากกว่าหน่อยด้วยอุปสรรคทางสายตา
คนทั่วไปต้องวิ่งตามรถเมล์ กระโดดขึ้นรถเมล์ที่ไม่ชอบจอดตรงป้ายยังไง
เค้าก็ต้องทำอย่างนั้นให้ได้เช่นกัน
 
ต่อข้อสงสัยในใจว่าเราควรจะช่วยเหลือผู้พิการทางสายตายังไง
ไกด์ตอบว่า ให้ถามก่อนว่าต้องการความช่วยเหลือมั้ย?
ประสบการณ์ในโลกมืดของแต่ละคนไม่เท่ากัน
 
บางคนมีความเชี่ยวชาญไม่ต้องการความช่วยเหลือ
บางคนอยากจะเรียนรู้หาประสบการณ์ด้วยตนเองก็มี
 
ไม่ต้องเสียใจหากเขาปฏิเสธน้ำใจเรา
ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือเขาจะบอกเอง
 
แต่จากบทเรียนวันนี้ทำให้บีรู้ว่า
ต่อไปถ้าจะต้องช่วยเหลือนำทางผู้พิการทางสายตาเมื่อใด
บีจะบอกทางให้ละเอียดชัดเจนเพื่อให้เขาได้สังเกตสภาพรอบด้านไปด้วย
พร้อมกับบอกความเป็นไปของชีวิตต่างๆ รอบด้าน
เพื่อสร้างจินตนาการความรื่นรมย์ให้จิตใจของผู้พิการทางสายตาอีกทางหนึ่ง
 
เพราะบีรู้แล้วว่า
ยามที่มองไม่เห็นสิ่งใด เสียงทุกเสียงพลันมีความหมายต่อจิตใจเหลือเกิน
 
 
 
เยี่ยมชมแล้ว อย่าลืมเขียนความประท้บใจให้กำลังใจกันหน่อยนะ
 
 
 
ความประทับใจของใครหลายคนที่ได้มาชม
 
 
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ
ถ้าอยากรู้จักประสบการณ์ในโลกมืดจะเป็นอย่างไร
ขอเชิญไปสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ
 
 
 
โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 577 9999 ต่อ 1829-1830
หรือติดตามข้อมูลใน Facebook
หาชื่อ Dialogue in the Dark Thailand
 
 
 
 

edit @ 15 May 2011 14:34:00 by Bxjapan

Comment

Comment:

Tweet

เห็นใจคนพิการมากมาก โดยเฉพาะคนตาบอดsad smile

#7 By inosuke (125.25.30.248) on 2011-05-16 08:46

น่าไปดูจัง เรื่องดี ๆ เเบบนี้big smile Hot!

#6 By i'am-toontoon on 2011-05-16 03:16

เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่ามีแบบนี้ด้วย น่าสนใจดีจัง
อาจมีสักวันที่ได้ไป (ถ้าเค้าไม่ปิดไปซะก่อน --')

การสูญเสียอะไรไป ก็ทำให้เรา(เพิ่งจะ)รู้ว่ามันมีค่ามากแค่ไหน
ประมาณนั้นป่ะคะopen-mounthed smile

#5 By Aoy+ on 2011-05-15 22:21

น่าสนใจ

#4 By เจ้เอง (101.108.19.14) on 2011-05-15 21:53

ได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดีจังเลยนะคะ big smile big smile
น่าจะเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีนะครับ.. แม่มดหมวย..big smile

#2 By kriangkrai on 2011-05-15 15:12

แค่ไฟดับเราก็ลำบากแล้ว

น่าไปลองดูบ้าง big smile

#1 By GUMBEAR on 2011-05-15 13:50