Review: On Cloud, Running Shoes

posted on 01 Aug 2015 20:51 by bxjapan
เพิ่งซื้อรองเท้าวิ่งมาใหม่ มีคนถามถึงเยอะว่าดีมั้ย?
ประกอบกับหารีวิวภาษาไทยแทบไม่มี งั้นรีวิวให้ดูเองแล้วกัน
 
 
บอกก่อนว่าเป็นนักวิ่งมือใหม่ ที่ผ่านมาซื้อรองเท้ากีฬาแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่
เห็นมันลดราคาอยู่ ใส่ได้ ก็ซื้อมา เอามาออกกำลังกายทุกชนิด
ทั้งวิ่ง แอโรบิค และทุกสิ่งที่นึกจะออกกำลังกายได้ (ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิด!!)
 
พอมาสนใจวิ่งเป็นจริงเป็นจัง มาซ้อมวิ่ง ก็หยิบคู่นี้ล่ะมาใช้งาน 
ด้วยความอายุที่ยาวนาน มันก็เสื่อมสภาพไปตามเวลาและการใช้งาน
พอมาซ้อมวิ่ง (ขั้นต่ำ 5 กิโลต่อครั้ง) ขาเดี้ยงค่ะ ปวดเข่ามากกก..
ไปวิ่งซ้ำในอีก 2 วันถัดมา วิ่งไม่ได้เลย ปวดเข่าจี๊ดๆ มาก แค่เดินปกติในชีวิตประจำวันก็จี๊ดๆ
ก็เลยคิดว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนรองเท้าวิ่งใหม่จริงๆ ล่ะ
 
เพราะฉะนั้น รีวิวนี้ เป็นความรู้สึก และความประทับใจล้วนๆ ไม่มีเทคนิควิชาการขั้นสูง
และไม่มีประสบการณ์จากรองเท้าวิ่งดีๆ หลายๆ ยี่ห้อมาเปรียบเทียบ (ก็ไม่เคยมีนี่เนาะ)
 
 
ยี่ห้อนี้ที่เล็งไว้ อันดับแรก คือ สวย (แค่นี้นะ จบนะ 555) รองเท้าวิ่งสวยๆ หายากนะตัวเธอ
 
ข้อต่อมา มันเพิ่งมาไทย โปรโมทแยะ เห็นดาราใส่เยอะ เข้าไปหาอ่านรีวิว เจอบ้างไม่เจอบ้าง
ที่เจอจะรับรู้ได้ว่าเป็นรองเท้าที่นักกีฬาระดับโลกใช้กัน เฮ้ยย.. มันก็น่าจะดีนะ อยากได้ๆ 
 
ปล. ก่อนซื้อยังไม่หาข้อมูลเยอะเท่ากับหาข้อมูลประกอบเขียนรีวิวนี่เลยนะ ^^'
 
On Clouds มีหลายรุ่น ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกว่าแต่ละรุ่นมันต่างกันยังไง
ที่เห็นด้วยสายตา คือ จำนวนลูกๆ ใต้รองเท้า รุ่นที่เลือก ชื่อรุ่น Cloud (ราคา 4,900฿)
จะมีลูกๆ เต็มพื้นที่ ในขณะรุ่นอื่นๆ จะมีไม่เต็มพื้นขนาดนี้
 
 
รุ่น Cloud จุดเด่นที่พนักงานแนะนำ คือ เบาที่สุด และบริษัทที่ผลิตก็เคลมว่า
นี่เป็นรองเท้าวิ่งที่เบาที่สุดในโลกหล้า อะไรประมาณนี้
เบาแค่ไหน? น้ำหนัก 168 กรัมเองจ้า (พุงชั้นยังหนักกว่าอิ๊ก >,<')
 
ส่วนรุ่นอื่นของ On Clouds จะหนักกว่านี้นิดนึง แต่พนักงานบอกว่าจะนุ่มกว่า 
ส่วนตัวลองใส่เปรียบเทียบ ยืนๆ เดินๆ ไม่รู้สึกถึงความต่างนะ คงต้องลองวิ่งล่ะมั้ง
(ตอนนั้นลองเปรียบเทียบกับรุ่น Cloud Surfer)
 
ที่บอกว่าเบา ใช้มือลองถือ 2 รุ่นเปรียบเทียบก็น้ำหนักต่างกันไม่มากนะ (Cloud Surfer หนัก 285 กรัม)
ถามว่าเอารุ่นไหนดีกว่า พนักงานบอกแล้วแต่ชอบ ว่าชอบเบาแต่แข็ง หรือเบาน้อยกว่าแต่นุ่ม
 
สรุปเลือกเบาแต่แข็ง (มันคงไม่แข็งไปกว่าคู่ที่ใช้อยู่แล้วล่ะ)
เพราะว่าเลือกจากที่มีลูกๆ ด้านล่างเยอะๆ หวังจะให้ซัพพอร์ตเยอะๆ ขณะวิ่ง
และอีกอย่างที่ศึกษามา รองเท้าที่เบาๆ จะเหมาะกะวิ่งทางไกล ไม่หนักเท้า
ไม่ถ่วงเท้า เมื่อวิ่งนานๆ แล้วเท้าเริ่มหมดแรง 
 
เบาแค่ไหน? ลองเดินและวิ่งแล้วรู้สึกตัวลอยๆ ปลิวๆ
ประหนึ่งเป็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิด (เห็นภาพนะ 555)
 
 
อีกหนึ่งดีไซน์ที่ชอบมากเป็นการส่วนตัว คือ เชือกผูกรองเท้า
 
 
คืออินี่เป็นคนขี้เกียจผูกเชือกรองเท้ามาก
ชอบผูกครั้งเดียวแล้วสวมเข้าออกตลอดปีแบบไม่ต้องแกะผูกๆ อีก
และจะรำคาญเวลาเชือกรองเท้าหลุดขณะทำกิจกรรม
ตัวนี้ออกแบบมาให้ไม่ต้องผูก เป็นยางยืด สวมเข้าสวมออกได้ง่าย ดีกะชีวิตดิชั้นมากค่ะ
 
พอไปอ่านข้อมูลในเว็บ ไม่ได้ดีไซน์ไว้สำหรับคนขี้เกียจอย่างดิชั้นนะคะ
มันมีเพื่อให้รองเท้ากระชับเข้ากับเท้าเราตลอดเวลา
 
เฮ้ยยย.. ดีอ่ะ ไม่ใช่ว่าไปอ่านเจอแล้วถึงรู้สึกดีนะ แต่เพราะทดลองวิ่งแล้ว
เรารู้สึกได้ว่ามันกระชับดีจริงๆ แต่ไม่อึดอัด ไม่บีบเท้า ยังมีพื้นที่ให้นิ้วบวมได้อีก
เปรียบเทียบกับคู่เดิม ที่เราใส่แล้วไม่กระชับ รู้ได้เลยว่านี่คงมีผลต่อการลงน้ำหนักเท้า 
เหมือนกับวิ่งไปด้วยประคองรองเท้าไปด้วย เลยมีผลต่อการปวดกล้ามเนื้อข้อเท้า (คิดไปโน่นนน..)
 
แต่ถ้าใครไม่ชอบ ก็มีเชือกผูกรองเท้าแถมมาให้ในกล่องด้วยนะ (เลือกที่ชอบๆ เลยจ้าา..)
 
มาๆ ดูทีเด็ดของเจ้า On Cloud กัน คือ ลูกๆ ที่อยู่ใต้รองเท้านี่ล่ะ เป็นเทคโนโลยีจากสวิส
 
 
เจ้าลูกๆ นี่ล่ะ ที่เป็นเหมือนก้อนเมฆใต้เท้าเรา รองรับแรงกระแทก ตัวก้อนๆ จะแยกจากกัน
รองรับทุกการเคลื่อนไหว ไม่ว่าเราจะลงน้ำหนักอย่างไร อธิบายไม่ถูก มาดูภาพกัน
 
 
นี่ภาพตัวอย่างจำลองการลงน้ำหนักของเท้า งงมะ งั้นดูภาพนี้
 
 
 
ตัวเธอววว.. เห็นมั้ยว่า จุดดีของก้อนๆ ที่แยกจากกัน
ทำให้รับการลงน้ำหนักของเท้าแต่ละจุดไม่เหมือนกัน
บางก้อนยู่ไปข้างหน้า บางก้อนยวบติดพื้น
 
เทคโนโลยีนี้ ทาง On Cloud บอกว่าจะช่วยลดการบาดเจ็บ ลดแรงกระแทกขณะวิ่ง
ทำให้วิ่งได้ยาวนานขึ้น (หลังจากทดลองวิ่ง เค้าก็ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะเธอ)
 
ดียังไง? 
เวลาเราเดิน เรารู้สึกได้ว่าขามันเบาๆ ปลิวๆ ใช่ป่ะ แต่ตัวก้อนนี้มันก็หนึบๆ 
ยืดหยุ่นดีด้วยอ่ะ เกาะถนน เหมาะกะคนซุ่มซ่ามอย่างดิชั้น (อีกแล้ว) คือมันไม่ลื่น
แต่มันก็สปริงตัวดีด้วย ณ ขณะวิ่งเรารู้สึกว่าทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก พื้นถนนมันนุ่มขึ้น วิ่งสนุกดี
 
ที่ดีที่สุด ที่ประทับใจที่สุด คือ
จากที่บอกแต่ต้น เราซ้อมวิ่ง 5 โลอัพแต่ยังไม่ถึง 10 โล ผลลัพธ์ คือ ลากขากลับบ้าน
นอนระบมปวดขา ร้าวรานไปทั่วทั้งขามาก วันรุ่งขึ้นปวดเข่าจี๊ดๆ
และปวดขา ปวดเข่าไปอีกหลายวัน ทรมานมาก T-T
 
หลังจากทดลองวิ่ง On Cloud 10 กิโล เหนื่อยน้อยลง (ไม่รู้อุปทานไปเองป่าวนะ)
แต่ที่เซอร์ไพรส์คือ คืนนั้นไม่นอนระบมปวดขาอีกแล้ว วันรุ่งขึ้นสภาพก็ปกติมาก
ไม่ใช่ว่าไม่ปวดขาเลย แต่ปวดกล้ามเนื้อขาเหมือนคนออกกำลังกายตามปกติ
(เทียบความรู้สึก ปวดแค่ 20% จากเดิม 100% ไรงี้) ไม่ระบมหนักเหมือนที่ผ่านมา
เดินเหินได้ปกติ ไม่ร้องโอดโอยทุกก้าวเดิน และไม่ปวดเข่า
 
ขุ่นพระ!! แค่นี้ ดิชั้นก็ซาบซึ้งน้ำตาจิไหล คุ้มแล้ว รองเท้าคู่นี้
 
หมายเหตุ: อาการปวดเข่าหลังจากวิ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ รองเท้าวิ่งเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง
แต่สำหรับดิชั้น ดูจะใช่ปัจจัยนี้ล่ะ แก้ปัญหาตรงจุดล่ะ ฟินนน...
 
สรุปว่า On Cloud เบา นุ่ม สบาย กระชับ ซัพพอร์ท ดีเยี่ยม ประทับใจมว๊ากกกกกก...
 
ปล. ดิชั้นไม่ใช่โปร ใช้ความรู้สึกล้วนๆ โปรดใช้วิจารญาณในการรับชม
แนะนำให้ไปลองสัมผัสเองที่ร้านก่อนการตัดสินใจซื้อค่ะ
ปล1. ไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเองที่เว็บไซต์ www.runonclouds.com
ดูเยอะๆ ระวังจะหลอนจนต้องรีบออกไปซื้อเหมือนดิชั้นนะฮ๊าา..
ปล2. ชั้นมาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่รีวิวรองเท้าวิ่ง ขุ่นพระ!! เอารีวิวเครื่องสำอางของชั้นกลับคืนม๊าา..
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet