MyLove

ตกเขา

posted on 03 Feb 2011 21:14 by bxjapan in MyLove
พี่หมีไปเที่ยวเขาใหญ่กับก๊วนพนักงานออฟฟิศเก่าที่ยังเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น
ระหว่างทางที่ไป มีรายงานมาเป็นระยะผ่าน sms ว่าไปไหน ทำอะไรอยู่
 
จนมาถึง sms ที่บอกว่า "เดินตกเขา บาดเจ็บ เล็กน้อย ถลอก แจ้งทราบ"
อ่านแล้วก็ยังงง ๆ ไปทำอิท่าไหน "ตกเขา" แล้วตกเขาใหญ่นี่นะ
เอาชีวิตรอดมาได้ไงเนี่ย แต่ด้วยความที่คบกันมานาน
รู้ว่าพี่หมีใช้คำเว่อร์กว่าเรื่องจริงเสมอ
 
จนพี่หมีกลับมาก็ยังไม่ได้เจอหน้ากัน ได้แต่โทรคุยกัน ถามทุกวันว่าตกยังไง
เป็นยังไง ก็ยังไม่ได้ความที่ถูกใจ ฟังแล้วไม่รู้เรื่อง
มาวันนึงมีเวลาว่าง ๆ ได้คุยนาน ๆ เลยซักอีกรอบ
 
หมวย : ไปหาหมอหรือยัง
พี่หมี : หาหมอแล้ว หมอให้แค่ยาแก้อักเสบ ตอนนี้เจ็บมาก ขยับตัวนิดเดียวก็เจ็บแล้ว
หมวย : แล้วไปทำอิท่าไหนตกเขาเนี่ย
พี่หมี : ก็มันเป็นทางลาด เดินแล้วลื่นตกไป
 
รู้ว่าพี่หมีขี้เก๊ก ถ้าเดินหกล้มแบบนี้ คงอายแต่กลับเก๊กหน้าปุเลี่ยน ๆ แน่ ๆ
หมวย : แล้วมีใครเห็นมั้ยเนี่ย?
หมี : ไม่มี เออ บี งานนี้น่ะ นายบอกว่าเต็มที่เลย ให้แสดงตัวให้โดดเด่น
หมวย : ห๊า! ทำไมอ่ะ
หมี : เด๋วเค้าจะมีการรวมตั้งบริษัทใหม่ เค้าบอกอยากทำอะไรทำเลย
ให้โชว์ฟอร์มเต็มที่น่ะ
หมวยงงดิ : พี่หมีเลยตกเขาโชว์งั้นเหรอ เอ๊ะ! แต่บอกว่าไม่มีใครเห็นไม่ใช่เหรอ
 
สรุปคือ พี่หมีเล่าเรื่องตกเขาอยู่ดี ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องคุยทันทีทำเอาคนฟังงง
เห็นทีจะสอบตกวิชาสื่อสารนะ ฟังเรื่องตกเขาอยู่ดี ๆ มาคุยเรื่องต้องโชว์ออฟ
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า พี่หมีเลยตกเขาโชว์ออฟไปซะ แลดูทุ่มทุนสร้างมากมาย
 
สรุปผ่านไป 2 วันยังคุยไม่รู้เรื่องอยู่ดีว่าไปตกเขายังไง จนถึงคลาสเรียนภาษาอังกฤษ
เพื่อน ๆ ร่วมคลาสถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยและสงสัยว่าไปตกเขาอิท่าไหน
 
พี่หมีเล่าว่า ที่จอดรถอยู่ไกลจากบ้านพัก เป็นทางขึ้นเขาแบบซิกแซก
พี่หมีจอดด้านบนเสร็จแล้ว ขี้เกียจเดินย้อนทางเดิมแบบซิกแซกไปมา
ก็เลยเลือกเดินลงทางดิ่งซึ่งไม่ใช่ทางเดิน ผลคือเลยลื่นตกเขาลงมาถลอกปอกเปิก
 
ต๊ายยยยยย... ถามอยู่ 3 วัน กว่าจะรู้เรื่อง เหนื่อยเฟร้ย!!
 
ผลจากการตกเขาทำให้พี่หมีคิดคำศัพท์ปล่อยของโชว์ออฟ
จนเพื่อนร่วมชั้นทึ่งมากมาย แปลกใจว่าวันนี้มาแปลกกว่าทุกทีที่นั่งเงียบ ๆ
จนแซวไปว่า ครูคงอยากให้พี่หมีตกเขาบ่อย ๆ
 
วันนี้ก็เหมือนกัน สงสัยอาการกำเริบ
พี่หมีส่ง sms หาแต่เช้าว่า "อากาศดี คิดถึงเธอ"
มาไม้ไหนหว่า ทุกทีไม่เห็นเคยมี เลยส่ง sms กวนกลับไปว่า "เธอไหน?"
 
พี่หมีส่ง sms กลับมาอีกว่า "เธอที่ฉันรัก"
ฮริ้ววววววว.. หมวยขอกวนอีกหน่อยละกัน ส่ง sms ไปว่า "ใครวะ??"
 
หมีส่งกลับมาทันควันว่า "ใครไม่สำคัญฉันก็ยังรักเธอ"
โอ้กกกกกกกก... หมวยยอมแพ้ ณ จุดนี้ เลิกต่อล้อต่อเถียง จบข่าวไปเลย
 
รึนี่เป็นอาการของคน "ตกขาว" เอ๊ยยยยย... "ตกเขา"
อย่าตกบ่อยนะ ไม่ไหวจะเคลียร์ -_-"
 
 
 

edit @ 3 Feb 2011 21:47:08 by Bxjapan

เมื่อโดนคุกคาม!

posted on 19 Aug 2010 20:42 by bxjapan in MyLove

แต่ไหนแต่ไรบีจะหงุดหงิดคอยจิก และต่อว่าพี่หมีตลอดว่าทำไมไม่โทรมาหา ทำไมไม่สนใจบีเลย

เป็นอย่างนี้มาตลอดหลายปี จนในช่วงปีที่แล้ว บีเริ่มเขียนบล็อก หัดเล่นเฟซบุ๊ค ติดทวิตเตอร์

ได้เจอเพื่อนใหม่ในโลกออนไลน์ แถมเจอเพื่อนเก่าที่หายไปนาน

อยู่ทักทายเพื่อนปัจจุบันให้สนุกสนานชีวิต พฤติกรรมประจำวันเริ่มเปลี่ยน

กลับมาบ้านปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำคือเปิดคอม แล้วหลงระเริงหายไปในโลกออนไลน์

แทบไม่ได้สนใจพี่หมีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลย

 

พี่หมีคงรู้สึกได้ว่าตัวเองตกกระป๋อง บีเลิกทวงถามหาพี่หมี เลิกชวนทะเลาะ อยู่ในโลกของตัวเอง

บีมีเรื่องพูดคุยกับเพื่อนๆ หัวเราะคิกคักต่อเนื่องจากที่คุยค้างในโลกออนไลน์ ในเรื่องที่พี่หมีไม่รู้เรื่องด้วย

 

ทีนี้ล่ะ พี่หมีเริ่มปฏิบัติการกระชับพื้นที่บี หัดเล่นเฟซบุ๊ค สมัครทวิตเตอร์ บอกให้บีสอนเล่น

ให้เปิดโลกของบีให้พี่หมีรู้จักบ้าง ถึงแม้บีจะงง ๆ อยู่บ้าง จู่ ๆ ก็อยากมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตบี

ทั้งที่แต่ก่อนพี่หมีไม่เห็นเคยสนใจ แล้วพี่หมีก็ไม่ใช่คนที่จะเปิดเล่นเน็ทเล่นคอมอะไรด้วย

อยู่ ๆ มาให้สอนเล่น แต่เอาก็เอา ตามใจละกัน

 

เรื่องที่พี่หมีจู่ ๆ มาเล่นเฟซบุ๊คเป็นเรื่องฮือฮาในหมู่เพื่อนฝูงบีมาก แอบถามไถ่ที่มา

และหัวเราะคิกคักกันสนุกสนานใหญ่ ส่วนตัวบีไม่สนุกด้วยเลย เพราะพี่หมีปลอมตัวเป็นนักสืบ

คอยดูว่าบีมีความเคลื่อนไหวยังไงบ้างในโลกออนไลน์ ยิ่งพี่หมีเป็นคนขี้หึงมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

คุณพี่เล่นตามเช็คว่าบีเม้นท์ใคร ใครเม้นท์บี คนนั้นเป็นใคร แล้วแอบสงสัยว่ามีความสัมพันธ์กันยังไง

 

แรก ๆ บีไม่รู้หรอกว่าพี่หมีเช็ค แค่คิดว่าอยากเล่นเฟซบุ๊ค อยากรู้ว่าทำไมบีติดเฟซบุ๊ค

จนพี่หมีมาพูดจาประชดประชันโดยอ้างบางข้อความที่บีเม้นท์ใคร และมีใครเม้นท์บี

บางทีก็มาถามว่าคนที่มาเม้นท์บีคือใคร ตัวบีเองไม่มีความลับอะไรในเฟซบุ๊ค กับทวิตเตอร์

ที่คุยมีแต่เพื่อนกันทั้งนั้น แค่แซวกันเล่นไปมา สนุกสนานไปวัน ๆ ก็แค่นั้นเอง

 

บีเลยรู้สึกหงุดหงิดมาก รู้สึกเหมือนโดนคุกคาม โดนละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอะไรอย่างนั้น

ถึงแม้บีจะบริสุทธิ์ใจว่าบีไม่มีอะไร และพื้นที่บนโลกออนไลน์ก็เป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างอยู่แล้ว

แต่บีก็อดอึดอัดไม่ได้ ถ้าพี่หมีจะมาเล่นเฟซบุ๊ค ก็ขอให้เล่นเหมือนคนปกติทั่วไปเค้าเล่น

ไม่ใช่มาเล่นเพื่อจ้องจับผิด มาระแวงกัน จับคำพูดมาประชดประชัน น้อยใจ หาเรื่องบีอย่างนี้

 

ถ้าบีไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองในพื้นที่ส่วนตัวบี ในหมู่เพื่อนฝูงบีได้

หรือจะห้ามบีไม่ให้คุยกับใคร ไม่ให้มีเพื่อน บีว่าก็เกินไปหน่อย บียอมรับไม่ได้

 

เมื่ออึดอัดมาก ๆ เข้า บีเลยวี๊ดใส่พี่หมี "นี่เธอจะมาสิงชั้นหรือไง"

ทะเลาะกันไปหลายรอบ ก็ยังไม่เข้าใจกัน บีรู้สึกได้ว่าทุกครั้งที่คุย เรามองคนละมุม

พี่หมีไม่เข้าใจบี และบีก็ไม่เข้าใจพี่หมีด้วย

 

ช่วงนี้ถ้าใครมาแซวเรื่องเมื่อไรจะแต่งงาน บีรีบส่ายหัวดิกเลย แอบคิดในใจ นี่แค่เป็นแฟน

ยังโดนคุมความประพฤติขนาดนี้ ถ้าแต่งงานอยู่บ้านเดียวกัน ไม่เหมือนติดคุกไปเลยเร๊อะ!

 

ช่วงนี้ดีหน่อย พี่หมีรู้ว่าบีไม่ชอบใจ เลยเพลา ๆ ลงไปบ้าง พี่หมีอาจจะตามความเคลื่อนไหวอยู่บ้าง

แต่เลือกที่จะเงียบไม่เอามาพูดประชดให้ระคายเคืองหัวใจ ยกเว้นแต่เม้นท์ไหนที่สะกิดใจ

จนพี่หมีอดไม่ไหวจริง ๆ ถึงจะมีมาประพูดจาประชดประชันกันบ้าง

 

เรื่องนี้ตอนที่อึดอัดมาก ๆ คิดจะมาเล่าอยู่เหมือนกัน แต่ยังห้ามตัวเองไว้อยู่

ถ้าเขียนตอนโมโหอารมณ์คงจะแรงอยู่ แต่วันนี้ที่มาเขียนเล่าตอนเรื่องซาไปแล้ว

เป็นเพราะน้องที่ออฟฟิศกำลังเจอเหตุการณ์เดียวกันนี้ มาบ่นว่า กำลังโดนแฟนกระชับพื้นที่

แอบเป็นแฟนคลับลับ ๆ ตามติดความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊ค จนน้องรู้สึกอึดอัดไม่เป็นส่วนตัว

 

เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมบีเปี๊ยบเลย บีล่ะขำกลิ้ง ได้แต่ปลอบใจไป

ทนอึดอัดหน่อยละกัน เค้ากระชับพื้นที่เพราะเค้ารักหรอกนะ 55555555

 

 

สมุยมีดีอะไร..

posted on 10 Jul 2010 15:13 by bxjapan in MyLove

จู่ ๆ เจ้านายประกาศจะพาเที่ยวประจำปีที่สมุยแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

แรกเริ่มสาว ๆ ก็บ่นงึมงัมกันมากมาย เพราะทุกปีเจ้านายจะพาไปเที่ยวต่างประเทศ

ไหงปีนี้กลายเป็นสมุยไปได้ ไม่มีวี่แววและสัญญาณเตือนกันล่วงหน้ากันเลย

แต่ไม่นาน สาว ๆ ก็ปรับตัวทัน กลายเป็นเตรียมชุดสวยไปใส่ถ่ายรูปกันจน..

เอิ่ม..ไป 3 วัน คาดว่าต้องเปลี่ยนชุดกันทุกชั่วโมงถึงจะใส่ได้ครบทุกชุด

เตรียมกันเยอะเกิ๊นน.. แบบอดไม่ได้จริง ๆ  

 

 

บีเคยไปสมุยหนนึงกับพี่หมี เมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีเรื่องประทับใจบ้างไม่ประทับใจบ้างตามประสา

แต่มีเหตุการณ์นึงประทับใจสุด ๆ พี่หมีรู้ดีว่าบีชอบถ่ายรูป จัดแจงเตรียมกล้องมาพร้อม

ในวันที่ออกไปเที่ยวเกาะ ลงเกาะแรก พี่หมีทิ้งกระเป๋าและกล้องไว้บนเรือ เลยไม่ได้ถ่าย

ปล่อยให้บีบ่น บ่น บ่นจนพี่หมีหูชา ขึ้นเรือได้พี่หมีเลยหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย แต่เธอเข้าใจมั้ย

ถ่ายบนเรือ speed boat วิวสวยจังเลยนะ มีกล้องก็ต้องถ่ายกับวิว หรือสถานที่ท่องเที่ยวสิ 

 

 

ลงเกาะที่ 2 ไม่มีพลาด พี่หมีหยิบกล้องลงไปถ่ายด้วย เห็นทางเดินลงเกาะสวยงาม

พี่หมีจึงเอ่ยปากขอให้บีถ่ายให้หน่อยรูปนึง เราก็กดไปแชะ แชะ ขอบ้างดิ๊! 

วิ่งไปยืนมุมสวย ส่งยิ้มหวาน ให้พี่หมีถ่ายให้บ้าง พี่หมีทำท่ากดชัตเตอร์อยู่นาน

แล้วเงยหน้าเจื่อนบอกว่า "แบตหมด"

 

 

 

บี : แบตหมด!!! แล้วทำไมไม่ชาร์ตมาให้เต็ม รู้ทั้งรู้อยู่ว่าวันนี้ออกไปเที่ยวทั้งวัน  

พี่หมี : ไม่ต้องชาร์ตก็ได้ กล้องรุ่นนี้เป็นแบบใช้ถ่านเป็นแบตเตอรี่ซื้อเปลี่ยนได้ พี่ก็เตรียมไว้แล้ว

บี : อ้าว! งั้นก็เอามาเปลี่ยนสิ

พี่หมี : พี่ซื้อแบตเตอรี่เตรียมไว้แล้ว แต่อยู่ในห้อง..ไม่ได้เอามาด้วย

บี : อร๊ายยยยยย..... @#%$@*#$#@#@^$#%@@#$%**   

พี่หมี : ไม่เป็นไร ถ้าบีอยากถ่ายรูป เดี๋ยวพี่ซื้อถ่านบนเกาะนี้ก็ได้ แพงหน่อย แต่ได้อยู่ เพื่อบี พี่ทำได้

บี : 

 

แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ซื้อ บนเกาะนั้น ถ้าจำไม่ผิดเป็นเกาะนางยวน วิวสวยมาก

เกาะนี้ เป็นจุดให้แวะเล่นน้ำริมหาด มีเตียงผ้าใบให้นั่งเล่นนอนเล่น ชิล ๆ

เราจับจองเตียงผ้าใบมุมดี นั่งเล่น ให้ลมพัดตึง ๆ วางสัมภาระทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงผ้าใบ แล้วไปเล่นน้ำ

 

คนเรือบอกว่ามีทางเดินขึ้นไปบนเขาเพื่อไปชมวิวมุมสูงด้วย เราก็เลยพากันปีนขึ้นไป

เหนื่อยแสนเหนื่อย แต่วิวด้านบนสวยคุ้มค่าจริง ในขณะที่กำลังชื่นชมวิวให้หายเหนื่อยอยู่นั้น

ใจก็คิดว่า ถ่ายรูปดีกว่า หันไปยิ้มหวานบอกพี่หมีว่า "ขอกล้องหน่อย บีจะถ่ายรูป" 

พี่หมี : กล้องอยู่ในกระเป๋า วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงผ้าใบอ่ะ

บี : @#%$@*#$#@#@^$#%@@#$%** 

พี่หมี : ถ้าพี่ติดกล้องขึ้นมาด้วย พี่ก็ยังไม่ได้ซื้อถ่านอยู่ดี

บี : @#%$@*#$#@#@^$#%@@#$%** 

 

นี่ให้ชั้นเดินขึ้นบันไดไม่รู้ตั้งกี่ร้อยขั้น ปีนเขาขึ้นมาจนเหนื่อยหอบ

เพื่อใช้สายตาบันทึกภาพไว้ในความทรงจำเท่านั้นเร๊อะ!!

หันไปเห็นฝรั่งที่เดินนำหน้าเรามาควักกล้องขึ้นมาถ่ายรูปก็ยิ่งแค้นใจ

 

บีตบหลังพี่หมีผลั๊วะ : เอ๊า!! ดูมันเข้าไป ซึมซับบรรยากาศมันเข้าไป วิวสวย ๆ อย่างนี้

ไม่ต้องถ่ายรูปมันหรอก เก็บไว้ความทรงจำนั่นแหละ โรแมนติคดี สมุยเราก็ไม่ได้มากันบ่อย ๆ หรอก

เสียเงินขึ้นเครื่องบินมา ก็กะจะเที่ยวครั้งเดียวนี่ล่ะ คงไม่มีวันหลังให้มาถ่ายรูปแล้ว

เพราะฉะนั้น ดูมันเข้าไป!!  

 

พี่หมีคงรู้สึกผิด ทันทีที่เดินลงจากเขามา พี่หมีก็ซื้อถ่านใหม่มาใส่กล้อง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับ

ที่ไกด์เรียกขึ้นเรือ เพื่อกลับเข้าฝั่ง กลับที่พักกันแล้ว... 

แล้วเธอจะซื้อถ่านมาใส่กล้องเพื่อ!!!!

 

พี่หมีพร่ำบอกว่า บีเข้าใจใช่มั้ย มันเป็นอุบัติเหตุ พี่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นน่ะ

พี่ไม่ได้อยากทำให้บีไม่พอใจนะ ใช่..มันเป็นอุบัติเหตุ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าพี่หมีวางแผนมากกว่านี้

ทริปนี้สอนให้บีรู้ว่า ชั้นเตรียมอะไรได้เตรียมเองคนเดียวดีกว่า ชัวร์กว่าเยอะเลย

ผู้ชายไม่ได้ละเอียดเหมือนผู้หญิง เพราะฉะนั้น ปล่อยผู้ชายทำหน้าที่ของผู้ชายต่อไป นั่นคือ จ่ายเงิน!!

 

ไปสมุยครั้งนี้ หมายมั่นปั้นมือว่าจะขึ้นไปถ่ายรูปจุดชมวิวนั้นด้วยมือของตัวเองให้ได้!!

เชื่อมั้ย? ภาพวิวเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ยังจำได้ติดตา สงสัยยืนจ้องนานเลยฝังภาพไว้ในสมองส่วนลึกสุด

สงสัยภาพฝังใจด้วยความแค้น  

 

ไม่คิดเลยว่าจะได้กลับมาเที่ยวสมุยอีกครั้ง ตั้งใจว่าเที่ยวหนเดียวก็พอแล้ว

สงสัยจะมีอะไรดลบันดาลให้บีกลับมาแก้ตัว รอชมภาพงาม ๆ ละกันนะจ๊ะ