MyWork

เมื่อหัวใจหนูแข็งแรง

posted on 06 Mar 2010 21:25 by bxjapan in MyWork

ในแต่ละปี ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดประมาณ 7,200 ราย

ซึ่งในจำนวนนี้มี 3-4,000 ราย ที่ต้องการการผ่าตัดช่วยชีวิต เพื่อเด็กสามารถเจริญเติบโต

และใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วไปได้ในอนาคต

 

ที่ตลกร้ายคือ เด็กผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมักเป็นเด็กที่มีฐานะยากจนถึงปานกลาง

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัดหัวใจมีค่าใช้จ่ายสูง และต้องการแพทย์เฉพาะทาง

เพราะการผ่าตัดหัวใจเด็กยากกว่าการผ่าตัดให้ผู้ใหญ่นัก

 

เด็กผู้ป่วยต้องรอคอยคิวผ่าตัดยาวนานเป็นเวลาถึง 1-3 ปี ในระหว่างนี้เด็กจำนวนมาก

มีปัญหาอันเกิดจากโรคหัวใจทวีความรุนแรงขึ้นจนอาจถึงแก่ชีวิตก่อนได้รับการผ่าตัด

 

มูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก โรงพยาบาลราชวิถี จึงเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์

เพื่อเพิ่มปริมาณการผ่าตัดให้เด็กยากจนที่ป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่รอคิว

การผ่าตัดอยู่ทั่วประเทศกว่า 3,000 คน และช่วยเหลือชีวิตเด็กผู้ป่วยด้วยการผ่าตัดได้ทันท่วงที

 

นพ.พีระพัฒน์ มกรพงศ์ หัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ของมูลนิธิ และเป็นมือผ่าตัดหลัก 

 

นู สกิน จัดตั้งกองทุนขึ้นเพื่อสนับสนุนโครงการผ่าตัดหัวใจสำหรับผู้ป่วยเด็กยากจน

สนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ และให้ทุนการศึกษาและฝึกอบรมของแพทย์และพยาบาล

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา นู สกิน ได้ช่วยเหลือเด็กให้ได้รับการผ่าตัดแล้ว 3,700 คน

และในปีนี้ได้บริจาคเงิน 5 ล้านบาทเพื่อสร้างวอร์ดเด็ก หรือห้องพักฝื้นผู้ป่วยเด็ก

พร้อมตั้งเป้าจะระดมทุนให้มากที่สุดเพื่อสามารถช่วยเหลือผ่าตัดหัวใจเด็กให้ได้วันละ 1 คน

 

นอกจากนี้ นู สกิน ยังจัดกิจกรรม Art for Heart หรือ ศิลปะบำบัดให้หนู

เป็นกิจกรรมศิลปะบำบัดเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กหลังการผ่าตัด กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

 

น้อง 2 คนนี้ ตัวเล็กนิดเดียว อยู่พักฟื้นหลังการผ่าตัดที่โรงพยาบาล

ออกมาร่วมกิจกรรมกับเราทั้งชุดผู้ป่วย เสื้อตรงกลางแหวกให้เห็นรอยแผลผ่าตัดกลางอก

รู้สึกบอกไม่ถูก ตัวนิดเดียวต้องผ่าตัดใหญ่แต่เด็ก แต่ยังไงก็น่าดีใจ ตอนนี้หัวใจน้องแข็งแรงแล้ว

พร้อมโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปอนาคตแล้วนะ ^_^

 

ปีนี้เป็นปีที่ 5 ที่จัดกิจกรรม Art for Heart และเราจะเพ้นท์กระเป๋าผ้าลดโลกร้อนกัน

กระเป๋าผ้าน่ารัก (น่าลักขโมยมาก เหอ เหอ - หมวยท่องไว้ว่าของเด็ก ของเด็ก -_-")

 

ตัวอย่างกระเป๋าที่พร้อมให้น้อง ๆ ละเลงสีกันล่ะ 

 

เด็กโตระบายสีกันเองได้ เล่นสีสันกันสวยงามตามใจชอบ

แอบเห็นว่าเด็ก ๆ ตั้งใจกันมาก ถือว่าเป็นการฝึกสมาธิได้เลยนะเนี่ย

 

ส่วนเด็กเล็กต้องมีผู้ปกครองมาร่วมด้วยช่วยกัน ไม่งั้นเห็นทีจะไม่เสร็จ

ถือว่าเป็นการร่วมกิจกรรมในครอบครัวไปด้วยเลย ดูอบอุ่นดี

 

เด็กเล็กจับพู่กันยังไม่เก่ง ก็เลยระบายออกมาเละแบบนี้ล่ะ

แถมเด็ก ๆ สมาธิสั้น ระบายได้แป๊บก็ไปวิ่งเล่นซะล่ะ ปล่อยให้แม่ระบายต่อไป หุ หุ

 

จะสวย จะเละยังไง เด็ก ๆ ก็ดูสนุกสนานกันมาก นี่ล่ะคือหัวใจของศิลปะบำบัด

ช่วยบำบัดจิตใจ อารมณ์ของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดีเลย ^_^

 

ระบายสีเสร็จแล้ว อย่าลืมลงชื่อที่ผลงานด้วยนะ

 

น้องลีโอ กับคุณแม่ น้องลีโอน่ารัก คุยเก่งเชียว เราจัดให้น้องนั่งให้เต็ม ๆ โต๊ะก่อน จะขอถ่ายรูป

น้องก็ไม่ยอม แยกไปนั่งโต๊ะว่างทีอื่น และให้เหตุผลว่า ไม่อยากนั่งกับเด็กผู้หญิง

แป่วว..พี่ ๆ ฟังแล้วยืนมึนกันนิดหน่อย แต่ก็ยังหลอกล่อกันได้อยู่

 

ผลงานของผม ระบายสีเสร็จแล้วก็อดภูมิใจไม่ได้เนอะ

 

ว่างจากรักษาใจตัวเอง มีกำลังพอช่วยเหลือหัวใจน้อง ๆ ให้สมบูรณ์

ให้มีโอกาสได้วิ่งเล่นกับเพื่อน ได้เติบโต และมีรอยยิ้มอีกครั้ง

ลองเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์และติดต่อบริจาคได้ที่ www.saveblueheart.org นะคะ 

ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุก ๆ คนค่ะ ^_^

 

edit @ 8 Mar 2010 21:51:03 by Bxjapan

ช่วงนี้งานยุ่นหัวปั่น Facebook ที่ว่าติด ๆ ยังไม่ค่อยได้เปิดเล่นเลย

เปิดดูสถิติถึงเห็นว่าเดือนนี้อัพบล็อกแค่ 3 ครั้งเอง น้อยมากกก....

เหลืออีกวันกว่า ๆ จะหมดเดือนแล้ว ขอมาอัพเพิ่มอีกครั้งแล้วกัน

 

พอดีเมื่อวานไปงาน Siam International Bike Week 2009 มา (ไปทำงานน่ะ)

เป็นงานเทศกาลรถมอเตอร์ไซค์ฮาเลย์ครั้งแรกในประเทศไทย เค้าว่าที่ต่างประเทศจัดกันครึกโครม

ที่ประเทศไทยเองก็มีงานไบค์วีคมากมายแต่ยังไม่มีใครรวมแต่รถฮาเลย์ฯ โดยเฉพาะ

งานครั้งนี้จึงเป็นงานแรกที่มีแต่ฮาเลย์ฯ จริง ๆ

 

เค้าว่าศักดิ์ศรีของฮาเลย์ฯ อยู่ที่ความคลาสสิค เป็นรถที่มีตำนาน มีเสน่ห์ ทรงพลัง

ชาวไบค์เกอร์ทุกคนต่างเฝ้าใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครอบ ตัวบีเอง ถ้าไม่ได้มาร่วมทำงานนี้

คงนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่ารถฮาเลย์ฯ มันจะพิเศษยังไง

งานนี้มีกิจกรรมไฮท์ไลท์หลัก คือ Ride for the King การรวมพลคนฮาเลย์ฯ จำนวน 250 คัน

มาร่วมแปรขบวนเป็นธงชาติไทย เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวง และอยากจะสื่อให้คนไทย

และคนต่างชาติได้รู้ว่า คนไทยไม่มีสี พวกเรามีสีเดียว คือ แดงขาวน้ำเงินขาวแดง นั่นคือ

สีธงชาติประเทศไทย เป็นความตั้งใจลึก ๆ ของผู้จัดงาน ที่อยากทำให้พ่อหลวงสบายใจ

ได้เห็นลูก ๆ มีความรัก และสามัคคี

กิจกรรม Ride for the King ครั้งนี้ สามารถรวบรวมคนขี่ฮาเลย์ฯ

ทั้งคนไทยที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ และคนต่างชาติ

ก่อนออกเดินทาง ร่วมยืนตรงเคารพธงชาติพร้อมกันกลางท้องสนามหลวง

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากกองกำกับการที่ 2 ตำรวจนครบาล

มานำขบวนให้ กองนี้ในหลวงทรงตรัสเรียกว่า "อัศวิน" เพราะทำหน้าที่หลัก

คือนำขบวนเสด็จ และถวายอารักขาให้ในหลวง ราชวงศ์ และบุคคลสำคัญ

โฉมหน้าของเหล่า "อัศวิน" ในครั้งนี้ บางคนเคยเจอตั้งแต่เตรียมงาน ก็เฉย ๆ นะ

แต่พอพี่ ๆ ใส่เครื่องแบบขึ้นมาปุ๊บ เท่มากค่ะ เวลาขี่รถนำขบวนก็หลังตรงดูสง่าสุด ๆ

พร้อมหรือยัง? เราจะออกเดินทางกันแล้วนะ

ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเล้ยยยย...

ขบวนออกจากสนามหลวงไปตามถนนราชดำเนิน ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ไปวนพระบรมรูปทรงม้า

ที่เห็นนี่..ไม่ใช่กลุ่มเสื้อแดยกขบวนไปก่อม็อบนะ

พอจะดูออกเป็นขบวนธงชาติมั้ย??

มีภาพเบื้องหลังการถ่ายทำมาให้ดู กว่าจะได้ภาพสวย ๆ แบบนี้

ช่างภาพกลุ่มนึงมาขึ้นรถบรรทุกที่จัดเตรียมไว้ให้ รถบรรทุกเหมือนรถบรรทุกสินค้า

ที่เปิดด้านข้างได้เหมือนปีกค้างคาว คนขับเปิดปีกค้างคาวให้ฝั่งนึงเพื่อถ่ายรูปได้

และปิดประตูด้านหลังบานนึง แล้วดูพี่ ๆ เค้าดิ ไปนั่งใกล้ประตูซะ

พอเวลารถเคลื่อนตัว ช่างภาพทั้งหลายจึงเหมือนลูกขนุนกลิ้งไปกลิ้งมา

ตัวบีเองยังรู้สึกไม่ปลอดภัย เอาตัวพิงผนังอีกฝั่ง ไม่ได้ออกไปถ่ายรูปกับเค้า

กลัวพลัดตกมาตายซะเปล่า ๆ แต่ก็มีน้ำใจนะ ตะโกนถามทุกคนว่า

"ทำประกันชีวิตกันหรือยังคะ" ว่าจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสขายประกันชีวิตซะเรย หุ หุ

เอ๊า..ขบวนเดินทางมาถึงสยามสแควร์แล้ว เป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้

เราปิดสยามสแควร์ตรงลานหน้าฮาร์ดร็อคคาเฟ่ สยามสแควร์ซอย 2 และซอย 4

ที่นี่มีกิจกรรมมากมาย ใครที่ชื่นชอบฮาเลย์ฯ น่าจะเปรม เพราะแต่ละคนขี่รถมาโชว์กันมากมาย

แต่งมากแต่งน้อย ยิ่งเย็นยิ่งคึกคัก มีมากันหลายร้อยคัน ลองดูคันนี้ดี ๆ สิ

คันนี้เป็นรถฮาเลย์ฯ คัสตอม ดัดแปลงมาพิเศษ สังเกตเห็นอะไรมั้ย??

ความพิเศษอยู่ที่....

พี่เค้าห้อยคิตตี้ด้วยอ่ะ อ่านะ ถึงจะดูโหด ดูเท่ แต่ก็มีมุมแอบกุ๊กกิ๊กกันบ้าง

ด้วยภาพลักษณ์ ใคร ๆ ที่ไม่รู้จักกันอาจจะรู้สึกว่าคนขับต้องโหด ๆ เถื่อน ๆ

แต่จริง ๆ แล้วที่บีเจอ พี่ ๆ เค้าก็ใจดีนะ ยิ้มแย้มเป็นมิตร แต่หน้าเค้าโหดไปงั้นเอง

ภาพนี้เป็นคู่พ่อลูก ดูน่ารักดี มาอย่างเท่ พอขอถ่ายรูปหน่อยดันยิ้มแบบเขิล ๆ ซะงั้น

คันนี้เค้าดัดแปลงเป็น 3 ล้อ ดูแปลกดีเนาะ สงสัยกลัวล้มเลยต่อล้อเพิ่มเหมือนจักรยาน หุ หุ

อุ๊ย.. หนูล้อเล่นนะพี่ เหอ เหอ

อ้อ! มีรถคลาสสิคมาโชว์ด้วย ผู้จัดงานเค้าจัดขบวนรถวินเทจ นำด้วยรถเปิดประทุน

และรถฮาเลย์รุ่นเก่าเก๋ากึ๊ก แบบไม่น่าเชื่อว่ายังวิ่งได้ งานนี้แต่ละคนเค้างัดมาโชว์กันเต็มที่จริง ๆ

ขอซะหน่อยนะ อิ อิ

ขออีกภาพล่ะ ฮ้า...เบนซ์!!!

 

ในงานมีประกวดต่าง ๆ ด้วย ที่เจ๋งสุด คือประกวดท่อไอเสีย เค้าว่าเสียงท่อไอเสียนี่เป็นเอกลักษณ์

ของรถฮาเลย์ฯ เลย เสียงจะกระหึ่ม ทุ้ม นุ่ม ไม่บาดหู ฟังแล้วรู้ว่าเป็นรถฮาเลย์ฯ ไม่มีมั่วนิ่ม

ไอ้เราก็ไม่ได้คิดอะไร พอได้ฟังแล้วก็หืมมมมม..... เจ๋งว่ะ มัวแต่ฟังเพลิน

พอนึกขึ้นได้ว่าน่าจะถ่ายวีดีโอมาให้ดู ก็จบการประกวดพอดี ไม่ว่ากันนะตัวเอง

 

คันที่ได้ที่หนึ่งนี่ คนพากย์บอกว่ามันเจ๋งสุด ๆ คือ เสียงเดินเบามันเสียงแบบ ดับ ไม่ดับ ดับ ไม่ดับ

อ๊ะ! งงอ่ะดิ มันมีเสียงดัง ตุ๊บ ตุ๊บ แล้วหายไปสองจังหวะเหมือนเครื่องดับไปแล้ว

แต่แล้วมันก็ดังขึ้นมาใหม่ ตุ๊บ ตุ๊บ เป็นแบบนี้ ตุ๊บ ตุ๊บ _ _ ตุ๊บ ตุ๊บ _ _ ตุ๊บ ตุ๊บ __

ไม่ดับ ดับ ไม่ดับ ดับ ไม่ดับ ดับ

 

ส่วนคันที่ 2 สตาร์ทเครื่องมาที เสียงเหมือนฟ้าคำราม แต่ที่ถูกใจคือของคุณอ้อ

คนจัดงานนี้ เค้าไปแต่งท่อไอเสีย 2 ข้าง เป็นคนละเสียง และเสียงเดินเบาของเค้า

ดังเหมือนจังหวะกลองของคนป่า ฟังแล้วนึกถึงคนป่ากำลังเต้นรอบกลองไฟอ่ะ

แล้วที่บอกคนละเสียงนี่ ซ้ายดังตุ๊บนึง แล้วหยุดให้ขวาดังอีกตุ๊บนึง ผลัดกันดังคนละจังหวะ

เพิ่งรู้ว่าเสียงท่อไอเสียก็แต่งกันได้ด้วย

 

ยังมีกิจกรรมอีกเยอะ ภาพอีกแยะ แต่เอามาฝากกันเท่านี้ล่ะ แค่นี้ก็ยาวจะแย่แล้ว

ไว้เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ บายยย......